10 เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ยี่ห้อไหนดีที่สุดของปี 2023 (รวมยี่ห้อดัง)

เราเชื่อว่าคุณคงเบื่อกับการลากเครื่องดูดฝุ่นหนักๆกับสายยาวแกะกะ สร้างความลำบากในการทำความสะอาดบ้านกันอยู่ใช่ไหมคะ? 

คุณเข้ามาอ่านถูกทางแล้วค่ะ เพราะวันนี้บ้านติฟูลได้นำเครื่องดูดฝุ่น ไร้สายยี่ห้อไหนดีทั้ง 10 ตัวจากยี่ห้อดัง มั่นใจในการบริการและอะไหล่เผื่อในอนาคต และที่สำคัญมันยังพลังดูดสูง พร้อมคุณสมบัติครบครัน สามารถดูดฝุ่น เก็บเศษผม ขนสัตว์ หรือกระทั่งทรายน้องแมวได้อย่างดี

ข้างล่างรีวิวเรายังมีวิธีการดูสเปคของมันด้วยว่ามีปัจจัยไหนบ้างที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ ถ้าอยากรู้เราไปอ่านกันเลยค่ะ 

เครื่องดูดฝุ่นยี่ห้อไหนดี Dyson V8 Slim™ Fluffyเครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่ดีที่สุด(แนะนำมาก!): Dyson V8 Slim™ Fluffy
ซื้อได้ที่ Lazada , Shopee
Airbot Supersonics3.0ราคาไม่แพง คุ้มค่าสุดๆ: Airbot Supersonics3.0
ซื้อได้ที่ Lazada , Shopee
Roborock Dyadดูดฝุ่น ถูพื้นภายในเวลาเดียวกัน: Roborock Dyad 
ซื้อได้ที่ Lazada , Shopee

ซื้อเครื่องดูดฝุ่นไร้สายอย่างไรดี(แบบเร่งรัด)

อ่านเพิ่มเติมด้านล่างรีวิวได้เลยค่ะ 

1. ซื้อจากความสามารถในการดูดขนาดของเศษต่างๆได้หลากหลาย ตั้งแต่เศษฝุ่นยันเศษขนม 
2. ซื้อจากความหลากหลายของโหมดระดับพลังงาน 
3. ซื้อจากขนาดเล็ก น้ำหนักบา
4. ซื้อจากระยะเวลาการใช้งานและการการชาร์จแบต 
5. ซื้อจากขนาดถังจุได้เยอะ
6. ซื้อจากเสียงทำงานไม่ดังหนวกหู
7. ซื้อจากความหลากหลายของหัวดูด
8. ซื้อจากฟังค์ชั่นอื่นๆอย่าง ระบบเซนเซอร์ หรือ ไฟ LED 

รีวิวเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ยี่ห้อไหนดี จากทั้ง 10 ยี่ห้อดังที่น่าใช้ที่สุดในปี 2023 

1.Dyson V8 Slim™ Fluffy

เครื่องดูดฝุ่นไร้สายยี่ห้อไหนดี Dyson V8 Slim™ Fluffy
  • น้ำหนัก: 2.15 กก.
  • ความจุของกล่องเก็บฝุ่น: 0.54 ล.
  • เวลาในการใช้งานสูงสุด: 40 น.
  • เวลาในการชาร์จ: 5 ชม.
  • ระดับเสียงการทำงาน: 82 dB
  • จำนวนหัวดูดทำความสะอาด: 4 แบบ
  • รับประกัน: 2 ปี

อันดับแรกเราขอยกให้กับแบรนด์ไดสัน ซึ่งเราใช้เจ้าตัวนี้อยู่ รู้สึกถูกใจมากๆ ตอบโจทย์กับการใช้งานของเราสุด อย่างที่น่าจะทราบกันดีในชื่อเสียงของพลังดูดของไดสัน เราขอคอนเฟิมอีกคนว่าของเขาแรงดีจริง

ด้วยกำลังไฟที่ 425 วัตต์ มีระบบไซโคลน 2 ชั้น กรองทั่วทั้งเครื่องพร้อมฟิลเตอร์ HEAPA จะช่วยกรองเศษฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้ต่างๆ เก็บพวกเส้นผม ฝุ่น เศษผงที่อยู่ตามซอกโซฟาได้ดีเยี่ยม ไม่ต้องคอยกวาดทรายแมวที่ตกตามพื้นอีกต่อไป หลังจากมีเจ้าตัวนี้ ชีวิตสบายขึ้นมากจริงๆค่ะ 

เลือกใช้งานได้ 2 โหมดให้เลือกใช้คือ โหมดดูดฝุ่นทั่วไป และโหมด Max ที่ใช้งานสูงสุดได้ราวๆ 6-10 นาที ได้ เมื่อเอาไปชาร์จจะมีไฟ LED แสดงบนแท่นชาร์จ จะทำให้ทราบถึงระดับของแบตที่คงเหลือ ในโหมดพลังสูงอย่างโหมด Max นั้นค่อนข้างเสียงดังจนน้องแมวตกใจอยู่บ้างช่วงแรกๆ 

สิ่งที่ชอบมากจาก Dyson V8 Slim™ Fluffy คือแปรงลูกกลิ้งหัวนุ่มที่ทำจากเส้นใยในลอนทอเนื้อนุ่มกับเส้นใยคาร์บอนกันไฟฟ้าสถิต ใช้ได้ดีมากโดยเฉพาะบ้านที่ใช้พื้นไม้ พื้นกระเบื้อง หรือพื้นแข็งประเภทอื่นๆ

ตัวเครื่องดูดฝุ่นสามารถเข้าตามซอกลึก แต่ก็มีบ้างที่ยังติดขัด จำเป็นต้องใช้หัวดูดแบบอื่นในการเข้าถึง สามารถถอดออกเป็นเครื่องดูดฝุ่นมือถือได้ สะดวกตอบโจทย์ทุกการใช้งาน 

กล่องเก็บฝุ่นเททิ้งทำความสะอาดง่ายเพียงกดปุ่มเดียวไม่โดนมือด้วย ถึงแม้มันจะเป็นเครื่องดูดฝุ่นที่ไร้สาย แต่คุณแม่บ้านถ้าใช้งานนานไปก็แอบเมื่อยมืออยู่ อีกอย่างคือจำเป็นต้องใช้นิ้วกดปุ่มค้างในการทำความสะอาดอยู่ตลอดเวลาดูดฝุ่น 

แต่ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นหลายด้านทำให้เราคิดว่านี่แหละคือเครื่องดูดฝุ่นยี่ห้อไหนที่ดีที่ดีที่สุดและยังน่าซื้ออยู่ในปี 2023 ถ้าหากคุณมีงบถึง อย่ารอช้าเลยค่ะ 

9bathdealshopee

จุดเด่น:

  • ระบบไซโคลน 2 ชั้นพร้อมฟิลเตอร์ HEAPA ดูดฝุ่นละอองและสารก่อภูมิแพ้ที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า 
  • พลังดูดสูง เก็บกวาดเศษบนพื้นได้หลากหลายขนาด 
  • มีโหมดการทำงานให้เลือกใช้ 2 โหมด
  • มีหัวแปรงลูกกลิ้งที่ใช้ได้ดีกับพื้นแข็ง 
  • เททิ้งง่าย 
  • ใช้ถอดเป็นแบบมือถือได้ 
  • การรับประกันยาวนาน 

จุดด้อย:

  • ต้องกดค้างขณะใช้งาน 
  • ราคาสูง

2.Airbot Supersonics3.0

Airbot Supersonics3.0
  • น้ำหนัก: 2.2 กก.
  • ความจุของกล่องเก็บฝุ่น: 0.6 ล.
  • เวลาในการใช้งานสูงสุด: 45 น.
  • เวลาในการชาร์จ: 4 ชม.
  • ระดับเสียงการทำงาน: 65 dB
  • จำนวนหัวดูดทำความสะอาด: 3 แบบ
  • รับประกัน: 6 เดือน

หากคุณกำลังมองหาเครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่มีราคาไม่แพง ราคาหลักพันต้นๆ Airbot Supersonics3.0 จะต้องถูกใจใครหลายๆคนแน่นอนค่ะ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้มีราคาสูงไม่ได้แปลว่ามันไม่ดีนะ ด้วยเกรดวัสดุเป็นพลาสติกที่มีความแข็งแรงคงทน แต่คงไม่ได้ดีเท่ากับแบรนด์ Hi-End 

ในทางตรงกันข้ามมันสามารถดูดเศษผงฝุ่นทั่วไปได้ครบครัน เป็นเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ยี่ห้อไหนดีที่คุ้มค่าน่าใช้งาน ข้อดีคือเจ้าเครื่องนี้ไม่ต้องกดปุ่มทำงานตลอดเวลา 

อีกอย่างตัวเครื่องมีปุ่ม 2 ปุ่มให้ใช้ คือปุ่มเปิดปิดและปุ่มปรับระดับความแรงของแรงดูดได้ที่ 2 ระดับ ระดับ 1 แต่คนส่วนใหญ่มักจะใช้ระดับ 2 ใช้งานสูงสุดประมาณ 15 นาที ภาพรวมแรงดูดก็ไม่ได้แรงมาก แต่มีความเหมาะสมตามราคา เป็นเครื่องดูดฝุ่นที่เหมาะกับการใช้ในพื้นที่เล็กๆมากกว่า 

จากหลายรีวิวผู้ใช้จริงทำให้เราสรุปว่า ไม่เหมาะกับบ้านที่มีน้องหมาน้องแมวขนเยอะและยาว เพราะทำให้ขนพันกันบริเวณลูกกลิ้งดูดฝุ่น ซึ่งยากต่อการทำความสะอาด 

ข้อเสียอีกอย่างคือตอนเทฝุ่น ถ้าเศษสกปรกเหล่านั้นตันบริเวณตัวกรอง ก็จำเป็นที่จะต้องใช้มือหรืออะไรก็แล้วแต่เขี่ยออกมา ซึ่งจะทำให้ต้องสัมผัสกับฝุ่นโดยตรง 

แต่จะบอกว่าเป็นเครื่องดูดฝุ่นยี่ห้อที่ทำงานได้เสียงเบามาก แถมยังมีไฟแสดงแบตขึ้นเป็นขีดๆ เห็นได้ชัดที่ใต้โลโก้บริเวณมอเตอร์ ทำให้คาดคะเนการใช้งานได้สบายๆ สรุปได้ว่าใครที่กำลังมองหาเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ยี่ห้อไหนดีที่ถูกและดีต้องเลือกตัวนี้เลย 

จุดเด่น:

  • ราคาประหยัดแต่เกรดคุณภาพดี 
  • มีแผ่นกรองฝุ่น
  • ไม่ต้องกดปุ่มทำงานค้าง
  • มีระดับพลังดูด 2 ระดับ 
  • ทำงานเสียงเบามาก 
  • มีไฟชัดเจนแสดงปริมาณของแบตที่ตัวเครื่อง 
  • มีหัวดูดแบบลูกกลิ้ง
  • ใช้ถอดเป็นแบบมือถือได้ 

จุดด้อย:

  • อาจจะต้องมีการสัมผัสกับฝุ่นตอนเททิ้งเพื่อทำความสะอาด

3.Philips 4000 Series XC4201/01

Philips 4000 Series XC4201/01
  • น้ำหนัก: 2.2 กก.
  • ความจุของกล่องเก็บฝุ่น: 0.25 ล.
  • เวลาในการใช้งานสูงสุด: 30 น.
  • เวลาในการชาร์จ: 5 ชม.
  • ระดับเสียงการทำงาน: 83 dB
  • จำนวนหัวดูดทำความสะอาด: 2 แบบ
  • รับประกัน: 2 ปี 

ส่วนตัวคิดว่าใครที่ชอบเครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่จับง่ายเหมือนถือไม้ถูพื้นทั่วไป ต้องเหมาะกับ Philips 4000 Series XC4201/01 ตัวนี้เลย เพราะมันมีรูปร่างกระทัดรัดมาก ตอบโจทย์คนที่กำลังมองหาเครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่ไม่หนัก  

ตรงด้ามจับเป็นทรงเพรียวยาว ถังเก็บฝุ่นจะอยู่ที่ตรงหัวดูด หรือถ้าจะถอดแบบถือซึ่งรวมๆหนักแค่ 800 กรัม และมีถังเก็บฝุ่นขนาดเล็กที่บริเวณส่วนท้ายเช่นกัน แต่ถ้าเทียบกับเครื่องดูดฝุ่นไร้สายยี่ห้ออื่นๆแล้วคิดว่าตัวกล่องเก็บฝุ่นค่อนข้างเล็กไปหน่อย 

อย่างไรก็ตามมันจัดตั้งพื้นเองได้โดยไม่ต้องแขวนผนังเลย ถึงแม้มันจะเล็กแต่มันแจ๋วใช้ได้เลยค่ะ เพราะพลังดูดของมันแรงอยู่พอสมควร สามารถดูดเศษต่างๆตามพื้นได้ไม่ติดขัด มีปุ่มเปิดปิดใช้งาน จึงเป็นอีกรุ่นที่ไม่ต้องกดค้าง 

นอกจากนี้ยังปรับระดับแรงดูดได้ 2 ระดับ ได้แก่แบบปกติและแบบเทอร์โบ ซึ่งทำงานสูงสุดที่ 18 นาที มีไฟ LED แสดงแบต ที่ง่ายต่อการสังเกตุ ยี่ห้อแบรนด์ดังแถมราคาไม่ถึงหมื่น งานนี้ต้องจัดสักตัวแล้วค่ะ 

จุดเด่น:

  • ด้ามจับเพรียว จับง่าย ไม่หนัก
  • สามารถตั้งบนพื้นได้
  • ถอดเป็นเครื่องดูดฝุ่นแบบมือถือได้ 
  • ไม่ต้องกดปุ่มทำงานค้างไว้
  • มีระดับความแรงของพลังดูดทั้งหมด 2 ระดับ
  • มีไฟ LED แสดงแบตที่ตัวเครื่อง 
  • มีแผ่นกรองฝุ่น 
  • การรับประกันยาวนาน 

จุดด้อย:

  • มีกล่องเก็บฝุ่นขนาดเล็ก
  • อาจจะต้องใช้นิ้วหรือไม้เขี่ยเศษในกล่องเก็บฝุ่นและแผ่นกรอง

4.Dyson V12 Detect Slim Extra

Dyson V12 Detect Slim Extra
  • น้ำหนัก: 2.2 กก.
  • ความจุของกล่องเก็บฝุ่น:0.35  ล.
  • เวลาในการใช้งานสูงสุด: 60 น.
  • เวลาในการชาร์จ: 4 ชม.
  • ระดับเสียงการทำงาน: 86 dB
  • จำนวนหัวดูดทำความสะอาด: 6 แบบ
  • รับประกัน: 2 ปี 

Dyson V12 Detect Slim Extra คือที่สุดของเครื่องดูดฝุ่นยี่ห้อไหนดี นอกจากชื่อเสียงเรียงนามในเรื่องของแรงดูดสุดมหาศาลแล้ว ยังมีเทคโนโลยีเก๋ๆ ฟังก์ชั่นปังๆให้ใช้งานได้ยังครบครัน โดยรุ่นนี้ได้แก้ปัญหากดปุ่มค้างในการทำงานของรุ่นเก่า โดยเพิ่มปุ่มเปิดปิดเครื่องเข้ามา ทำให้ง่ายต่อการใช้

มีแปรงลูกกลิ้งไนลอนและไฟเบอร์สร้างไฟฟ้าสถิตดูดเศษผงต่างๆได้ดีไม่ว่าจะเป็นพื้นประเภทใดก็ตาม พร้อมระบบกรองหลายชั้นไม่ดึงสิ่งสกปรกเหล่านั้นกลับออกสู่อากาศภายในบ้าน

มีเทคโนโลยีที่สำคัญอย่างเทคโนโลยีเลเซอร์แสงสีเขียว ปลอดภัย จะช่วยชี้ทางให้คุณเก็บฝุ่นได้หมดเกลี้ยง มีหน้าจอ LCD แสดงถึงโหมดและข้อมูลแบบเรียลไทม์ของประเภทสิ่งสกปรกที่ถูกดึงเข้าไปและระยะเวลาที่เหลือในการใช้งานเพื่อเตรียมชาร์จแบต  

ซึ่งโหมดการทำงานมีทั้งหมด 3 โหมดด้วยกัน ได้แก่โหมด Auto(สมดุล), โหมด Eco(เน้นใช้งานนานๆ) และโหมด Boost(พลังสูง) โหมดนี้จะใช้งานได้ 5 นาที 

ข้อดีของรุ่นนี้คือตัวแบตเตอรี่สามารถถอดใส่อันใหม่ได้ แต่ก็ต้องซื้อเพิ่มแยกต่างห่างนะคะ แถมแบตยังชาร็จเร็วและใช้ได้นานด้วย นอกจากนี้แล้วตัว V12 มีหัวดูดเฉพาะสำหรับดูดเส้นผม ช่วยไม่ให้มันพันกับแปรงทำให้ง่ายต่อการทำความสะอาด 

อย่างที่เรารู้ดีว่าเครื่องดูดฝุ่นของไดสันนั้นเพียงแค่กดปุ่มเดียวก็เทฝุ่นทิ้งลงถังอย่างงายดาย หลีกเลี่ยงการสัมผัสจากมือ ด้วยคุณสมบัติทั้งหมดนี้จะต้องทำให้คงหลงรักอย่างแน่นอน ใครที่มีงบเยอะต้องซื้อเลย 

จุดเด่น:

  • เป็นเครื่องดูฝุ่นไร้สายที่มีพลังสูง 
  • ไม่ต้องกดปุ่มค้างในการใช้งาน 
  • ใช้ถอดเป็นแบบมือถือได้
  • มีโหมดให้เลือก 3 โหมด 
  • มีระบบกรองป้องกันสิ่งสกปรกกลับเข้าสู่อากาศ
  • มีเซนเซอร์ตรวจจับสิ่งสกปรกบนพื้น 
  • มีเซนเซอร์ตรวจจับสิ่งแปลกปลอมในเครื่อง
  • มีหน้าจอ LCD แสดงข้อมูลแบบเรียลไทม์
  • แบตชาร์จเร็ว ใช้ได้นาน
  • แบตเตอรี่ถอดอออกได้
  • หัวดูดลูกกลิ้ง 
  • การรับประกันยาวนาน 

จุดด้อย:

  • ตัวเลเซอร์จะมีในเฉพาะหัวลูกกลิ้ง Slim Fluffy
  • ราคาสูงมากๆ 

5.Tefal TY6975WO X-Pert 3.60

Tefal TY6975WO X-Pert 3.60
  • น้ำหนัก: 2.2 กก.
  • ความจุของกล่องเก็บฝุ่น: – 
  • เวลาในการใช้งานสูงสุด: 45 น.
  • เวลาในการชาร์จ: 4 ชม.
  • ระดับเสียงการทำงาน: –
  • จำนวนหัวดูดทำความสะอาด: 3 แบบ
  • รับประกัน: 2 ปี 

เครื่องดูดฝุ่นแบบไร้สายจากแบรนด์ทีฟาล์ว ในรุ่น TY6975WO X-Pert 3.60 เป็นเครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่ใช้งานง่ายไม่ได้มีฟังก์ชั่นมากมาย เพียงแค่กดปุ่มเดียวก็ใช้ดูดฝุ่นได้เลย มี 2 โหมดคือ min กับ max ซึ่งใช้ได้นานประมาณ 18 นาที 

โดยให้แรงต่ำและสูง แต่ภาพรวมดูดได้แรงกลางๆ ตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปและยังเป็นอะไรที่ตอบโจทย์บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงขนยาว เพราะมีอุปกรณ์เสริมอย่างหัวแปรงดูด mini electro สำหรับการดูดขนสัตว์โดยเฉพาะ 

ที่สำคัญมีไฟ LED แสงสีขาวเป็นไฟส่องพื้น ทำให้มองเห็นสิ่งสกปรกได้ง่ายมากขึ้น หากคุณกำลังมองหาเครื่องดูดฝุ่นไร้สายจากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ ราคาไม่แพง และใช้งานง่ายๆ ตัวนี้จะตอบโจทย์มากที่สุดแล้ว

จุดเด่น:

  • มี 2 โหมดให้เลือกใช้ 
  • มีหัวแปรงเสริมสำหรับดูดขนสัตว์โดยเฉพาะ 
  • ถอดออกเป็นเครื่องดูดฝุ่นแบบมือถือได้
  • มีไฟ LED ส่องพื้น
  • มีการรับประกันยาวนาน

จุดด้อย:

  • แรงดูดกลางๆ พอใช้ได้ 

6.Tefal X-FORCE FLEX 8.60 TY9639

Tefal X-FORCE FLEX 8.60 TY9639
  • น้ำหนัก: 2.7 กก.
  • ความจุของกล่องเก็บฝุ่น: 0.55 ล.
  • เวลาในการใช้งานสูงสุด: 35 น.
  • เวลาในการชาร์จ: 3 ชม.
  • ระดับเสียงการทำงาน: 82 dB
  • จำนวนหัวดูดทำความสะอาด: 3 แบบ
  • รับประกัน: 2 ปี 

Tefal X-FORCE FLEX 8.60 TY9639 นี้นอกจากจะเป็นเครื่องดูดฝุ่นไร้สายแล้ว ยังไม่ต้องก้มดูตามใต้เตียง หรือพื้นที่ลึกๆที่ยากต่อการมองเห็น เพราะมันมีท่อดูแบบ Flex ที่งอได้ ตั้งแต่บริเวณตรงกลางของท่อทำให้คล่องตัวและเข้าถึงได้ลึกมากกว่าเครื่องดูดฝุ่นแบบอื่นๆ 

ยังมีไฟ LED สีขาวส่องพื้น ง่ายต่อการมองเห็นอีก พิเศษเพิ่มไปอีกเพราะมันยังตั้งวางกับพื้นได้เองโดยไม่ล้ม ตัวแบตเตอรี่ยังถอดออกแยกจากส่วนของด้ามจับได้เป็นฟังก์ชั่นที่ถูกใจมาก 

ส่วนนี้คุณสามารถซื้อแบตเพิ่มได้เพื่อนำไปใช้งานในบ้านได้ยาวๆ มีโหมดการทำงาน 2 โหมดคือแบบปกติ ที่ไม่ต้องกดปุ่มค้างใช้งาน และโหมด Boost ซึ่งต้องกดปุ่มค้างอยู่ แต่ถือว่าไม่ใช่ปัญหาเลยค่ะ 

โดยภาพรวมแล้วเป็นเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ยี่ห้อไหนดีที่คนนิยมใช้ เพราะว่ามันเป็นอุปกรณ์ที่ตอบโจทย์ด้านความสะดวกสบาย ไม่ต้องก้มให้ปวดหลัง

จุดเด่น:

  • ท่อดูดงอได้มาก ไม่ต้องก้มทำความสะอาด
  • ไม่ต้องกดปุ่มค้าง 
  • เป็นเครื่องดูดฝุ่นแบบมือถือได้ 
  • มีไฟ LED สีขาวส่องพื้น 
  • แบตเตอรี่ถอดออกได้
  • เครื่องดูดฝุ่นสามารถตั้งพื้นได้เองโดยไม่ล้ม 
  • ถอดใช้เป็นเครื่องดูดฝุ่นแบบมือถือได้
  • มีการรับประกันยาวนาน

จุดด้อย:

  • แรงดูดกลางๆ พอใช้ได้ 
  • ค่อนข้างหนักเมื่อเทียบกับเครื่องดูดฝุ่นไร้สายยี่ห้ออื่นๆ 

7.PerySmith XTREME PRO XP6

PerySmith XTREME PRO XP6
  • น้ำหนัก: 2.38 กก.
  • ความจุของกล่องเก็บฝุ่น: 1 ล.
  • เวลาในการใช้งานสูงสุด: 45 น.
  • เวลาในการชาร์จ: 5 ชม.
  • ระดับเสียงการทำงาน: 72 dB
  • จำนวนหัวดูดทำความสะอาด: 4 แบบ
  • รับประกัน: 2 ปี 

PerySmith XTREME PRO XP6 เป็นเครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่มีความสามารถในการถูพื้น เพราะตรงจุดของหัวดูดฝุ่น ใส่หัวม็อบถูพื้นพร้อมถังน้ำขนาด 250 ลิตรได้ ช่วยลดการสะสมของเชื้อโรคบนพื้นได้อีก 1 ขั้นตอน

และยังถอดใช้งานเป็นแบบมือถือได้ เรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์ทำความสะอาดพื้นที่ครบครัน เอนกประสงค์มากเลยค่ะ ด้วยเทคโนโลยี Xtreme Core ที่จะดูดสิ่งสกปรกต่างทั้งขนาดเล็กไปจนถึงใหญ่อย่างเศษลูกอมได้ 

ประกอบกับแผ่นกรอง HEPA ตัวช่วยในการกรองอากาศ สกปรกไม่ให้กลับออกสู่ในบ้าน 

ใช้งานค่อนข้างง่าย มีปุ่มเปิดปิดเครื่องและปุ่มปรับสปีดความเร็วให้เลือกใช้ มี 2 โหมดต่ำและสูง กล่องเก็บฝุ่นเป็นแบบเปิดปิด กดปุ่มเดียวไม่ต้องสัมผัสมือ รุ่นนี้ยังถอดแบตแยกออกได้ด้วยนะ เป็นคุณสมบัติที่ทำให้มันน่าสนใจมากๆ ด้วยเรทราคานี้ 

ถามว่าซื้อ PerySmith XTREME PRO XP6 เราสรุปได้ว่า มันยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะคุณภาพดี ไม่บอบบาง เครื่องอาจจะไม่แรงมากเหมือนยี่ห้อหรือรุ่นระดับพรีเมียม ผู้ใช้รีวิวจริงรู้สึกพอใจกับมันมากๆ 

จุดเด่น:

  • ใช้ถูพื้นได้ 
  • มี 2 ระดับการใช้งาน 
  • เททิ้งง่าย 
  • ใช้ถอดเป็นแบบมือถือได้ 
  • แบตถอดออกได้
  • มีการรับประกันยาวนาน
  • ราคาไม่แพง
  • มีไฟ LED

จุดด้อย:

  • แรงดูดกลางๆ พอใช้ได้ 

8.Roborock Dyad 

Roborock Dyad
  • น้ำหนัก: 5 กก.
  • ความจุของกล่องเก็บฝุ่น: 0.62 ล.
  • เวลาในการใช้งานสูงสุด: 35 น.
  • เวลาในการชาร์จ: 4 ชม.
  • ระดับเสียงการทำงาน: 78 dB
  • จำนวนหัวดูดทำความสะอาด:  –
  • รับประกัน: 3 ปี 

Roborock Dyad เป็นเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ยี่ห้อไหนดี ที่ดูดฝุ่นและถูพื้นได้ภายในเวลาเดียวกัน นั่นแปลว่ามันสามารถดูดฝุ่นถูพื้นทั้งพื้นเปียกและพื้นแห้ง น่าใช้งานสุดๆไปเลยค่ะ แต่รุ่นนี้จะถอดเปลี่ยนหัวดูดไม่ได้ ดังนั้นจะเอาไปใช้เป็นแบบมือถือก็ไม่ได้เช่นกัน เหมาะกับการใช้กับพื้นโดยเฉพาะ 

หัวดูดเป็นลูกกลิ้งโรลเลอร์ 2 ชั้นที่หมุนทิศทางตรงกันข้ามกัน หลักการทำงานของมันคือจะปล่อยน้ำสะอาดออกมาทำความสะอาดพื้นแล้วดึงสิ่งสกปรกกลับไปเข้าไปสู่กล่องเก็บน้ำสกปรก ไม่ทิ้งให้พื้นเปียก เป็นเครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่ใช้กับพื้นไม้แข็งได้ดีมากไม่ก่อให้เกิดรอยขีดข่วนบนพื้น 

ทั้งนี้มีกล่องสำหรับน้ำสะอาดขนาด 0.85 ลิตร ที่เเยกจากกัน เมื่อต้องการเติมน้ำ เทน้ำ หรือพักเครื่องที่ด้านหลังของตัวเครื่องมีขาตั้งนอน ช่วยอำนวยความสะดวกสุดๆ หากคุณไม่ต้องการให้เครื่องปล่อยน้ำออกมาก็ทำได้ 

โดยเลือกฟังก์ชั่นดูดพื้นแห้ง พร้อมกับโหมดการทำความสะอาด 3 โหมด ได้แก่ ออโต้ ปกติ และโหมด Max เรื่องความง่ายของการใช้เราเห็นว่ามันมีขนาดใหญ่กว่าเครื่องดูดฝุ่นไร้สายทั่วไป แต่ก็เข้าใจเพราะตัวนี้ต้องรองรับน้ำหนักของน้ำด้วย 

องศาการหมุนได้ 180° ถือว่าใช้ถูตามซอกมุมได้ดี เสียอย่างหนึ่งด้วยความที่หัวดูดมีความสูงอาจเข้าถึงตามใต้ตู้ต่ำๆไม่ได้ นอกจากคุณสมบัติสำคัญๆที่เราได้บอกไปแล้ว มันยังมีเทคโนโลยีสุดอัจฉริยะหลายอย่าง

อย่างหน้าจอ LED บอกระดับการตรวจจับสิ่งสกปรก พร้อมไฟ LED ช่วยส่องบนพื้น มีระบบการเเจ้งเตือนด้วยเสียงพูด ปรับเป็นภาษาไทยได้ และมีการทำความสะอาดโรลเลอร์ด้วยตนเองภายในเวลาอันรวดเร็วเมื่อนำเครื่องกลับเข้าสู่แท่นชาร์จคล้ายๆกับหุ่นยนต์ดูดฝุ่นเลยแหละ 

จุดเด่น:

  • เป็นทั้งเครื่องดูดฝุ่นและถูพื้นในตัว 
  • ใช้ได้ทั้งพื้นแห้งและพื้นเปียก
  • มีขาตั้ง ง่ายต่อการใช้าน 
  • มี 3 โหมดการใช้งาน 
  • มีไฟ LED ส่องพื้น 
  • มีหน้าจอ LED บอกข้อมูลเรียลไทม์ 
  • มีระบบการเเจ้งเตือนเสียงพูด 
  • มีระบบ Self-cleaning ในตัว 
  • มีการรับประกันที่ยาวนาน 

จุดด้อย:

  • ราคาสูงมากๆ
  • น้ำหนักมาก 
  • ไม่สามารถถอดเป็นเครื่องดูดฝุ่นแบบมือถือ

9.Bosch BBS711W

Bosch BBS711W
  • น้ำหนัก: 2.9 กก.
  • ความจุของกล่องเก็บฝุ่น: 0.3 ล.
  • เวลาในการใช้งานสูงสุด: 40 น.
  • เวลาในการชาร์จ: 5 ชม.
  • ระดับเสียงการทำงาน: –
  • จำนวนหัวดูดทำความสะอาด: 4 แบบ
  • รับประกัน: มอเตอร์ 10 ปี 

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ยี่ห้อไหนดี จาก Bosch แบรนด์ดังจากประเทศเยอรมัน ในรุ่น BBS711W เป็นเครื่องดูดฝุ่นอีกตัวที่แนะนำสำหรับคนที่ไม่อยากก้มดูดตามพื้นต่ำอย่างใต้เตียง เพราะท่อดูดฝุ่นงอได้ ช่วยทำให้เข้าถึงได้ลึกมากขึ้นแค่นี้ก็ทำให้ตัดสินใจเลือกซื้อได้ไม่ยากแล้วใช่ไหมหล่ะ 

ไม่เพียงแค่นั้นมันเปลี่ยนหัวดูดได้หลากหลายแบบ ใช้กับในรถก็ได้ ไม่หนัก ที่สะดุดตามากๆคงจะเป็นหัวดูดแบบ Long flexible crevice nozzle เป็นทรงโค้งยาว ช่วยทำความสะอาดบริเวณที่เข้าถึงได้ยากอย่างหลังตู้หนังสือ 

แบตเตอรี่ถอดออกได้และยังใช้กับอุปกรณ์การช่างจากอื่นๆ Bosch ได้ ถือว่ามันค่อนข้างอเนกประสงค์เลย โหมดการใช้งานมีอยู่  3 โหมด ได้แก่ Auto,Turbo และ Eco มีไฟ LED สีขาวส่องบนพื้นให้ง่ายต่อการมองเห็น 

ด้วยมอเตอร์ TurboSpin แน่นอนว่ามันจะช่วยทำความสะอาดได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ แถมกล่องเก็บฝุ่นและไส้กรองแกะออกทำความสะอาดง่าย ไม่ยุ่งยาก 

สรุปแล้ว Bosch BBS711W เป็นเครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่มีแรงดูดสูง มีคุณภาพและความน่าเชื่อถือ พร้อมชุดอุปกรณ์แปรงหัวดูดที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ตอบโจทย์ในเรื่องความง่ายในการใช้งานกับพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก 

จุดเด่น:

  • ท่อดูดงอได้ 
  • มีชุดหัวดูดที่ง่ายต่อการเข้าถึงมุมอับ 
  • แบตเตอรี่ถอดออกได้
  • ใช้เป็นเครื่องดูดฝุ่นแบบมือถือได้ 
  • มี 3 โหมดการใช้งาน 
  • มีไฟ LED 
  • มีการรับประกันที่ยาวนาน

จุดด้อย:

  • ราคาค่อนข้างสูง

10.Electrolux ErgoRapido ZB3515ST

Electrolux ErgoRapido ZB3515ST
  • น้ำหนัก: 2.5 กก.
  • ความจุของกล่องเก็บฝุ่น: 0.42 ล.
  • เวลาในการใช้งานสูงสุด: 35 น.
  • เวลาในการชาร์จ: – 
  • ระดับเสียงการทำงาน: 79 dB
  • จำนวนหัวดูดทำความสะอาด: 5 แบบ
  • รับประกัน: 2 ปี 

เป็นเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ที่มีกล่องเก็บฝุ่นบริเวณส่วนหัวดูดของเครื่อง เราคิดว่ามันให้ความรู้สึกที่เบากว่าเมื่อเทียบกับกล่องเก็บฝุ่นและมอเตอร์อยู่ส่วนท้าย รุ่นนี้มาพร้อมกลับเครื่องดูดฝุ่นมินิในตัว ตอบโจทย์ทุกกการใช้งานในบ้าน 

เมื่อต้องการพักแขนจากการดูดฝุ่น ตัวเครื่องสามารถตั้งวางเองได้ได้ไม่ต้องวางบนแท่นชาร์จแบตเตอรี่ มีไฟ LED ส่องสว่างนำทาง ทำให้มองเห็นสิ่งสกปรกบนพื้นได้มากขึ้น มันสามารถดูดฝุ่นได้ดีเลยทีเดียวและยังมาพร้อมแผ่นกรอง 2 ชั้น ดูดและกักเก็บฝุ่นและอนุภาคเล็กๆที่ไม่สามารถมองเห็น โดยรวมมันตอบโจทย์การใช้งานในบ้านได้ทั่วไปเลยแหละ 

จุดเด่น:

  • ถอดออกเป็นเครื่องดูดฝุ่นมือถือได้ 
  • สามารถตั้งพื้นได้ 
  • มีไฟ LED
  • มีไฟแสดงสถานะของแบตเห็นได้ชัดเจนบนตัวเครื่อง
  • ไม่ต้องกดปุ่มทำงานค้าง

จุดด้อย:

  • แรงดูดกลางๆ พอใช้ได้ 

เครื่องดูดฝุ่นไร้สายเหมาะกับใคร?

ก่อนอื่นเลยเราขอเล่าจากประสบการณ์การใช้งานเครื่องดูดฝุ่นแบบมีสายมาก่อน เคยใช้มาทั้งแบบถังและแบบเป็นกล่องที่มีถุงเก็บฝุ่นในตัว พบว่าเครื่องดูดฝุ่นแบบมีสายนั้นมีพลังดูดแรงจริง บ้านสะอาด ไร้ฝุ่นภายในเวลาอันรวดเร็ว 

แต่สิ่งที่เป็นอุปสรรค์และเป็นปัญหาสำหรับเราคือ เครื่องดูดฝุ่นทั่วไปนั้นค่อนข้างหนักและเกะกะ ต้องย้ายปลั๊กไปๆมาๆ ยากต่อการเข้าถึงซอกมุม อย่างใต้ตู้ และตามขั้นบันได เราเลยตัดสินใจลองรีเสิชเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย พบว่าแบบไร้สายตอบโจทย์กว่า สามารถแก้ปัญหาที่บอกไปทั้งหมดได้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เราเลือกใช้ เครื่องดูดฝุ่นไร้สายของ Dyson 

หลังจากใช้งานมาเกิน 3 เดือนแล้ว รู้สึกแฮปปี้มาก ไม่หงุดหงิดรำคาญใจอีกต่อไป การดูดฝุ่นกลายเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น แถมมันยังใช้เป็นเครื่องดูดฝุ่นแบบมือถือที่เอาไว้ดูดฝุ่นตามฝ้าเพดาน มุมต่างๆ เห็นบางคนเอาไปใช้ดูดฝุ่นในรถด้วย คือมันโครตจะคุ้มค่าเลยค่ะ 

ข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนระหว่าเครื่องดูดฝุ่นไร้สายและมีสายคงจะไม่พ้นเรื่องของแรงดูด แน่นอนว่าแบบมีสายใช้กระแสไฟฟ้าโดยตรงจากปลั๊กทำให้มันรับพลังดูดสูงเต็มแม็กซ์และมีความสม่ำเสมอ แต่ในขณะที่แบบไร้สายจะต้องอาศัยการชาร์จแบตซึ่งจะใช้เวลานานเป็นชั่วโมงๆ พลังดูดก็จะลดลงตามปริมาณของแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ 

ด้วยเหตุผลนี้อาจไม่เหมาะกับคนที่ต้องใช้ดูดฝุ่นแบบ Deep Cleaning ทั่วทั้งบ้าน จะเหมาะกับพื้นที่ขนาดเล็กอย่างคอนโดมากกว่า แต่ก็ต้องขอบคุณเครื่องดูดฝุ่นยี่ห้อไหนดีที่เราได้คัดเลือกมาแล้ว ที่มีคุณสมบัติในการดูดฝุ่นได้นานมากกว่า 30 นาที ซึ่งใช้กับการดูดฝุ่นที่บ้านในแต่ละวันได้สบายๆ 

สรุป: เครื่องดุดฝุ่นแบบไร้สายเหมาะกับคนที่ต้องการเครื่องดูดฝุ่นที่ไม่หนัก ไม่ต้องเสียบปลั๊กใช้งาน คล่องตัวมากกว่า ใช้งานในบ้านก็ได้ คอนโดก็ดี ภาพรวมยังดูดฝุ่น เก็บเศษต่างๆอย่างเศษผม หรือเศษเล็กๆตามพื้นได้ดีเยี่ยม 

ปัจจัยในการเลือกซื้อเครื่องดูดฝุ่นแบบไร้สาย

ไม่รู้ว่าจะซื้อเครื่องดูดฝุ่นไร้สายอย่างไรดี? เรามีวิธีการเลือกเครื่องดูดฝุ่นแบบไร้สาย โดยดูจากคุณสมบัติหลักๆของมัน อย่างเรื่องของแรงดูด แบตเตอรี่ ระดับเสียงการทำงาน ความจุของกล่องเก็บฝุ่น องศาการหมุนของหัวดูด และฟังก์ชั่นพรีเมียมอื่นๆ แต่ละแบบสำคัญอย่างไร ไปอ่านกันได้เลยจ้า 

ความสามารถของพลังดูด

ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้มีพลังสูงเหมือนแบบเสียบปลั๊ก แต่เครื่องดูดฝุ่นไร้สายในท้องตลาดก็ได้ทำออกมาให้มีพลังดูดแรงๆ สามารถทำความสะอาดบ้านได้ดีไม่แพ้กันเลย 

อย่างแรกเราจะลือกจากความสามารถในการดูดเศษในขนาดที่แตกต่างกัน ตั้งแต่เศษอนุภาคเล็กๆที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เศษของเส้นผม หนังยาง ไปจนถึงก้อนกระดาษ 

ต่อมาเราจะดูว่ามันมีฟังก์ชั่นการเลือกระดับพลังดูดที่หลากหลาย อย่างโหมดปกติ โหมดใช้พลังสูง หรือโหมดประหยัดพลังงาน เพื่อที่จะเอาไปใช้กับพื้นที่ที่สกปรกต่างกัน 

น้ำหนัก

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ตอบโจทย์ในเรื่องของความทะมัดทะแมงในการใช้งาน ขนาดและน้ำหนักค่อนข้างสำคัญและเป็นปัจจัยหนึ่งที่คนตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ยี่ห้อไหนดี ได้อย่างง่ายดาย เพราะมันไม่หนักนั่นเอง เลือกน้ำหนักที่ไม่เกิน 3 กก. ถือว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมเลยค่ะ 

แบตเตอรี่

เลือกเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ยี่ห้อไหนดี ควรเลือกตัวที่ใช้งานต่อเนื่องได้นานๆ อย่างน้อยที่โหมดปกติ เลือกที่ใช้งานได้มากกว่า 30 นาทีขึ้นไป ทั้งนี้ถ้าใช้โหมดพลังสูงสุดจะใช้งานได้เพียงไม่ถึง 10 นาที แถมเครื่องดูดฝุ่นไร้สายจะต้องชาร์จแบตนานด้วย บางรุ่นต้องชาร์จมากถึง 5 ชม. ดังนั้นจำเป็นต้องเลือกให้ตรงตามความต้องการให้มากที่สุด

ความจุของถังเก็บฝุ่น 

ถังหรือกล่องเก็บฝุ่นของเครื่องดูดฝุ่นไร้สายเท่าที่สังเกตุมามีความจุได้มากสุด 1 ลิตร จึงไม่ตอบโจทย์กับคนที่กำลังมองหาเครื่องดูดฝุ่นที่ไม่ต้องเททิ้งบ่อยๆ แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากเครื่องดูดฝุ่นไร้สายมีวัตถุประสงค์ในการทำให้เป็นอุปกรณ์ที่คอมแพค ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ใช้งานง่าย ทำให้รู้สึกว่ามันไม่ใช่ปัญหาเลย 

ระดับเสียงรบกวน

เครื่องดูดฝุ่นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ค่อนข้างเสียงดัง หากเสียงทำให้รบกวนใจ เลือกระดับเดซิเบลที่ต่ำๆ ไว้ก่อน (คือระดับเสียงดังสุดของตัวเครื่องรุ่นนั้นๆ)โดยระดับเดซิเบลที่เราได้บอกจะอ้างอิงจากร้านค้า Official เป็นหลัก ส่วนนี้อาจมีความไม่แน่นอนได้ เพราะขึ้นอยู่กับบบุคคล สำหรับบางคนก็บอกว่าดัง บางคนก็บอกว่าไม่ดังก็ได้ 

หัวดูดฝุ่น 

เลือกจากองศาการปรับของหัวดูด ยิ่งองศากว้างก็ทำให้ง่ายต่อการเข้าถึงพื้นที่ต่ำๆอย่างใต้ตู้ เตียง ได้ง่ายและเข้าถึงลึกได้ลึกมากยิ่งขึ้น แล้วดูว่ารุ่นที่ต้องการมีอุปกรณ์เสริม อย่างหัวดูดที่หลากหลายหรือเปล่า เพราะหัวดูดแต่ละแบบมีจุดประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกัน รวมไปถึงหัวดูดแปรงแบบลูกกลิ้งแบบนุ่ม ตัวนี้เรารู้สึกว่ามันใช้ดูดพวกเศษผง ตามพื้นแข็งได้ดีมากๆเลยค่ะ 

ฟังก์ชั่นอื่นๆ

เลือกจากฟีเจอร์พรีเมียมอื่นๆ อย่างเช่น หน้าจอดิจิตอล ที่จะช่วยบอกเวลาการใช้งานแบบเรียลไทม์จะช่วยคาดคะเนการทำความสะอาดบ้านได้, ใบเรื่อยตัดเก็บเส้นผม ช่วยให้ไม่ติดพันกันตรงหัวแปรง ง่ายต่อทำความสะอาด, ไฟ LED หรือระบบเซนเซอร์ช่วยสังเกตุว่าจุดไหนมีฝุ่นมาก เป็นต้น 

สรุปเครื่องดูดฝุ่นไร้สายมันดียังไง?

ข้างล่างนี้คือเหตุผลเบสิคๆเลยว่าทำไมถึงควรซื้อเครื่องดูดฝุ่นแบบไม่มีสาย

  • น้ำหนักเบา: เครื่องดูดฝุ่นไร้สายส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้มีน้ำหนักน้อยกว่า 3 กก. เพราะขนาดเบา จึงไม่ทำให้ปวดแขน แม่บ้านหลายคนน่าจะถูกใจคุณสมบัตินี้ 
  • ไม่ต้องเสียบปลั๊กใช้งาน: เนื่องจากมันใช้แบตเตอรี่ในการทำงาน จึงไม่ต้องเสียบปลั๊กใช้งานไงหล่ะจ๊ะ 
  • เคลื่อนย้ายสะดวก: เป็นอะไรที่ดีมาก กอไก่ล้านตัว ต้องขอบคุณคุณสมบัติข้างบน ที่ทำให้การดูดฝุ่นเป็นเรื่องง่าย ด้วยความที่ไม่หนัก แถมยังไม่ต้องเสียบปลั๊กไฟ ทำให้เคลื่อนย้ายง่าย ไปทั่วทุกจุดที่ต้องการ เข้าถึงทุกซอกทุกมุม ดูดฝุ่นตรงบันไดเป็นเรื่องง่ายทันตา!
  • เป็นได้ทั้งเครื่องดูดฝุ่นแบบมือถือ: ไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องดูดฝุ่นมินิ ขนาดเล็กแบบพกพาอีกต่อไปค่ะ เพราะมันถอดออกมาเป็นเครื่องดูดฝุ่นมินิได้ นั่นเป็นเพราะว่าแต่ละรุ่นแต่ละแบรนด์มักจะทำออกมาให้มีอุปกรณ์หัวดูดหลากหลายแบบ ทำให้มันนำไปใช้งานได้หลากหลายตามความเหมาะสม ไม่ว่าจะดูดฝุ่นพื้น ม่านหน้าต่าง ฝ้าเพดาน จบที่เดียวที่เครื่องดูดฝุ่นไร้สายนี่เอง  
  • พลังดูดสูงไม่แพ้กัน: ถึงแม้มันจะไม่ได้มีพลังดูดที่แรงแบบสม่ำเสมอ แต่จะบอกว่า รุ่นที่เราได้รีวิวไปนั้น พลังดูดแรงดีไม่แพ้กันเลยค่ะ เพียงแต่มันจะลดลงตามแบตที่เหลืออยู่ ที่สำคัญเครื่องดูดฝุ่นไร้สายรุ่นในตลาดยังทำออกมาให้มีระบบพลังดูดที่แตกต่างกัน เช่น โหมดปกติ ใช้แบบแรงสูงสุด หรือโหมด Eco ประหยัดพลังงาน แต่ละโหมดก็จะใช้แบตที่ต่างกัน
  • การดูแลรักษาที่ง่ายกว่า: คุณจะไม่ต้องแกะถุงเก็บฝุ่น หรือแงะเศษที่ติดในท่อดูดฝุ่นเหมือนอย่างเก่า เพราะเครื่องดูดฝุ่นไร้สายไม่มีถุงเก็บฝุ่น มีฟิลเตอร์ในการดักจับฝุ่นอย่างดี มากไปกว่านั้นตัวฟิลเตอร์นี้ยังง่ายต่อการทำความสะอาด เพียงแค่กดปุ่มเดียวก็สามารถเทเศษที่อยู่ในกล่องเก็บฝุ่นลงในถังขยะโดยไม่สัมผัสกับมือ 
  • จัดเก็บง่าย: เครื่องดูดฝุ่นแบบไร้สายสามารถจัดเก็บได้ง่าย ไม่ต้องใช้พื้นที่เหมือนเครื่องดูดฝุ่นทั่วไป มันสามารถเก็บไว้ตามมุมห้อง แขวนติดผนัง หรือจะถอดชิ้นส่วนออกเก็บใส่ในกล่อง สะดวกมากๆ 

จากที่เราได้บอกไปข้างบนนี้เป็นเพียงคุณสมบัติสุดเบสิค เป็นพื้นฐานที่เรามักจะเห็นในเครื่องดูดฝุ่นประเภทนี้ เพราะในบางรุ่น ยังมีเทคโนโลยีที่ว้าวๆอีกมากมาย อย่างเทคโนโลยีใบเรื่อยตัดเส้นผม เป็นต้น ถ้าคุณตัดสินใจซื้อเครื่องดูดฝุ่นแบบไร้สาย เราหวังว่าคุณจะสนุกกับมันนะคะ!

แล้วเครื่องดูดฝุ่นไร้สายมีข้อจำกัดอะไรบ้าง?

ทุกอย่างล้วนมีข้อดีและข้อเสียใช่ไหมหล่ะ ไม่ใช่ทุกคนที่จะเหมาะกับเครื่องดูดฝุ่นแบบไร้สาย เราขอสรุปข้อจำกัดของเครื่องดูดฝุ่นประเภทนี้ตามข้างล่างนี้เลย 

  • มีข้อจำกัดเรื่องของเวลาในการทำงาน: เครื่องดูดฝุ่นแบบไร้สายมีระยะเวลาในการทำงานที่จำกัด จึงไม่เหมาะกับคนที่ต้องการใช้ดูดฝุ่นทั่วทั้งบ้านหลังใหญ่ๆ เพราะจะต้องนำไปชาร์จตลอด อีกทั้งการชาร์จแต่ละครั้งจะใช้เวลาค่อนข้างนาน หากเลือกโหมดที่ต้องใช้พลังสูงสุดก็จะลดระยะเวลาในการใช้งานที่สั้นลงมากขึ้น 
  • พลังดูดไม่สม่ำเสมอ: สืบเนื่องมาจากการใช้งานที่ต้องชาร์จแบต เมื่อแบตลดระดับลงส่งผลให้พลังแรงดูดลงลงตามมา จะทำให้ดูดฝุ่นไม่เต็มที่หากพื้นบริเวณนั้นสกปรกมากๆ 
  • ความจุของกล่องเก็บฝุ่นน้อยกว่า: เครื่องดูดฝุ่นแบบไร้สายถูกออกแบบให้มีลักษณะกะทัดรัด คล่องแคล่ว ง่ายต่อการใช้งาน จึงมีกล่องเก็บฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า อาจจะต้องเททิ้งบ่อยๆ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาที่น่ากลัว

ท้ายสุด

สุดท้ายแล้วเลือกเครื่องดูดฝุ่นไร้สายดีไหม? คงต้องกลับไปถามตัวคุณเองแล้วหล่ะค่ะว่า คุณสมบัติแบบไหนที่คุณต้องการมากที่สุด อย่างเราต้องการเครื่องดูดฝุ่นที่มีน้ำหนักเบา ไม่มีสายขวางทางเดิน  เครื่องดูดฝุ่นไร้สายจึงตอบโจทย์มากที่สุด แถมแบรนด์ดังๆในปัจจุบันยังทำออกมาให้มีแรงดูดสูงๆ จึงเป็นอะไรที่ตัดสินใจได้ทันทีแบบไม่คิดมากเลยค่ะ เมื่อซื้อแล้วอย่าลืมลงทะเบียนรับประกันสินค้าด้วยนะ 

Lazadacampaign