13 เครื่องดูดฝุ่นยี่ห้อไหนดีที่มีพลังดูดสูงของปี 2022

ในบทความนี้บ้านติฟูลได้นำเอาเครื่องดูดฝุ่นที่เป็นที่นิยมและยังทรงพลัง ดูดฝุ่นได้เนี๊ยบที่สุดของปี 2022 มารีวิวให้คุณได้อ่านและตัดสินใจซื้อได้เร็วมากขึ้นแล้ว 

โดยเราจะเน้นไปยังเครื่องดูดฝุ่นแบบมีสายและไร้สาย พร้อมวิธีการเลือกเครื่องดูดฝุ่นที่จำเป็นต่อการใช้งาน  

หากคุณพร้อมแล้วเราเริ่มกันเลยดีกว่า..

การเลือกซื้อเครื่องดูดฝุ่นแบบย่อๆ 

  • เลือกเครื่องดูดฝุ่นแบบมีสายพลังดูดสูงเสียบปุ๊ปเครื่องก็ทำงานปั๊ปหรือไร้สายไม่เกะกะแต่ต้องชาร์จแบต
  • เป็นภูมิแพ้หรือต้องการหลีกเลี่ยงการปะทะกับฝุ่นควรเลือกเครื่องดูดฝุ่นที่มีถุงเก็บฝุ่น 
  • เครื่องดูดฝุ่นยิ่งเบายิ่งดี เพราะมันจะช่วยลดการปวดเมื่อยตามตัวที่ตามมาได้ 
  • มีแผ่นกรองฝุ่นก็สำคัญ
  • มีแปรงเสริมเพิ่มเติมมาให้เพื่อครอบคลุมพื้นหลายๆรูปแบบ 

3 อันดับเครื่องดูดฝุ่นในดวงใจจากบ้านติฟูล

Dyson V8 Slim™ Fluffy+ เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson V8 Slim™ Fluffy+ 
ซื้อได้ที่ Lazada , Shopee
Philips PowerPro Expert FC829401เครื่องดูดฝุ่นมีถุงเก็บฝุ่น Philips PowerPro Expert FC8294/01
ซื้อได้ที่ Lazada , Shopee
Sharp_EC-LS20เครื่องดูดฝุ่นแบบกล่อง Sharp EC-LS20
ซื้อได้ที่ Lazada , Shopee

รีวิวเครื่องดูดฝุ่นทั้งหมด 13 รุ่น 

1.เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson V8 Slim™ Fluffy+ 

Dyson V8 Slim™ Fluffy+

ขนาด: 25×114.4×21 ซม.

น้ำหนัก: 2.15 กก.

เครื่องดูดฝุ่นยี่ห้อไหนดีอันดับหนึ่งในดวงใจของบ้านติฟูลขอยกให้ Dyson V8 Slim™ Fluffy+ เลยค่ะเนื่องจากไดสันนั้นมีชื่อเสียงเรียงนามในเรื่องของเทคโนโลยีไซโคลนพลังสูงพร้อมระบบกรองทั่วทั้งตัว  ดูดเศษฝุ่นขนาดเล็กมากไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าได้อย่างหมดจด

พร้อมมอเตอร์ที่ทรงพลังจึงเหมาะกับทุกบ้านทุกครัวเรือน หากคุณหรือคนในครอบครัวเป็นภูมิแพ้เราขอแนะนำเลย แถมยังมีราคาไม่แรงมากเหมือน Dyson โมเดลอื่นๆด้วย 

ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบา ไร้สายแต่จำเป็นต้องชาร์จแบตสามารถใช้งานสูงสุด 40 นาที แต่ว่าใช้งานง่ายมาก จัดเก็บก็สะดวกด้วยเพราะมีอุปกรณ์จัดเก็บครบเซทมาให้ภายในกล่อง 

หัวดูดทำความสะอาดหลากหลายรูปแบบถึง 6 ตัว หัวดูดที่เด็ดที่สุดคงไม่พ้น Slim™️ Fluffy หัวลูกกลิ้งแบบนุ่มๆน้ำหนักเบาอัพเดทจากรุ่นเดิมที่ช่วยดักจับฝุ่นได้อย่างดีเริศ 

คุณยังถอดขนาดเครื่องดูดฝุ่นให้เล็กลงเป็นเครื่องดูดฝุ่นแบบมือถือได้ด้วย ดังนั้นจึงมั่นใจได้เลยว่าสามารถนำไปดูดฝุ่นได้ทุกที่ทั้งบนพื้นหรือตามขอบหน้าต่าง แถมมีไฟสำหรับส่องตามมุมอับสายตา

ถึงแม้ไดสัน V8 Slim™ Fluffy+ นั้นจะไม่มีถุงเก็บฝุ่น แต่เนื่องจากเขาได้ออกแบบระบบการทิ้งที่ง่ายเพียงแค่กดปุ่มครั้งเดียวและไม่ต้องใช้มือสัมผัส 

จุดเด่น:

  • พลังดูด Dyson ดิจิทัลมอเตอร์ V8 สร้างพลังดูดได้ถึง 115 แอร์วัตต์
  • ระบบกรองทั่วทั้งตัวเครื่อง
  • ไร้สาย น้ำหนักเบา 
  • หัวดูดปากแคบมีไฟส่องสว่าง 
  • สามารถปรับเป็นเครื่องดูดฝุ่นแบบมือถือได้ 
  • มีโหมดการทำงาน 2 โหมดให้เลือกใช้
  • มีหัวดูฝุ่นและอุปกรณ์เสริมที่หลากหลาย 

จุดด้อย:

  • ต้องชาร์จแบตเตอรี่อย่างน้อย 5 ชม.ในการใช้ทำงานสูงสุด 40 น.
  • พลังดูดอาจลดลงตามแบตเตอรี่
  • ถึงแม้จะราคาที่ถูกกว่าไดสันรุ่นอื่นๆแต่ก็ยังถือว่าแพงสำหรับเครื่องดูดฝุ่นโดยทั่วไป
  • ไม่มีถุงเก็บฝุ่น 

2.เครื่องดูดฝุ่นมีถุงเก็บฝุ่น Philips PowerPro Expert FC8294/01

Philips PowerPro Expert FC829401

ขนาด: 40.3×26.3×22 ซม.

น้ำหนัก: 4.3 กก.

รีวิวเครื่องดูดฝุ่นมีถุงเก็บจาก Philips ยี่ห้อที่คุ้นหูหลายๆคนอยู่แล้ว โดยรุ่นนี้เหมาะกับพ่อบ้านแม่บ้านที่กำลังมองหาเครื่องดูดฝุ่นที่เน้นใช้งานเยอะๆ มีถุงเก็บฝุ่นขนาด 3 ลิตร ลดขั้นตอนการทำความสะอาดกล่องและยังลดการสัมผัสฝุ่นอีกด้วย 

เครื่องดูดฝุ่น PowerPro Expert FC8294/01 นั้นยังมีน้ำหนักเบาและใช้งานง่าย มีล้อเคลื่อนย้ายสะดวก ถึงแม้เขาจะมีสายไฟให้รบกวนใจแต่ด้วยที่สายยาวถึง 9 เมตร ทำให้คุณทำความสะอาดบ้านได้ง่ายมากขึ้นโดยไม่ต้องถอดปลั๊กออกบ่อยๆ และที่ขาดไม่ได้เลยคือแผ่นกรองดักฝุ่น Super Clean Air มีความสามารถในการดักจับอนุภาคฝุ่นได้ดีมากยิ่งขึ้น

สิ่งที่บ้านติฟูลชอบในเครื่องดูดฝุ่นรุ่นนี้คือคุณสามารถเก็บหัวดูดปากแคบไว้กับตัวเครื่องได้เลย หากต้องการใช้งานเพียงแค่เปลี่ยนหัวดูดได้ง่ายๆเมื่อต้องการ

จุดเด่น:

  • เครื่องดูดฝุ่นพลังสูงด้วยมอเตอร์ 2,000 วัตต์
  • มีถุงเก็บฝุ่นขนาด 3 ลิตร 
  • กล่องเก็บฝุ่นมีล้อเลื่อนเคลื่อนย้ายง่าย 
  • สายไฟค่อนข้างยาว 
  • มีหัวแปรงเสริม
  • สามาถเก็บอุปกรณ์หัวแปรงได้บนเครื่อง
  • พลังดูดสม่ำเสมอคงที่

จุดด้อย:

  • ค่อนข้างเกะกะ
  • ไม่มีเทคโนโลยีที่พิเศษ
  • หัวแปรงอเนกประสงค์จะใช้งานค่อนข้างแข็งใช้งานยากกับพื้นที่ตามใต้เตียงหรือโซฟา 

3.เครื่อดูดฝุ่นแบบมีด้ามจับ Xiaomi Mi Handheld Vacuum Cleaner

Xiaomi Mi Handheld Vacuum Cleaner

ขนาด: 24×15.2×108.5 ซม.

น้ำหนัก: 2.1 กก.

รีวิวเครื่องดูดฝุ่น Xiaomi เป็นเครื่องดูดฝุ่นยี่ห้อไหนดีที่ใครๆก็หลงรักแถมราคายังเอื้อมถึงและคุ้มค่ามากเหมาะกับการใช้งานตามคอนโด หอ หรือห้องขนาดเล็กมากกว่านั้นได้ นั่นก็เป็นเพราะถังเก็บฝุ่นจุได้ตั้ง 600 มล. หากเน้นใช้ทำงานหนักอาจจะต้องเททำความสะอาดบ่อยๆได้ 

ถึงแม้เขาจะเป็นเครื่องดูดฝุ่นด้ามจับที่มีสาย แต่ด้วยน้ำหนักที่เบามือทำให้ใช้งานได้สะดวก แถมมีแท่นวางให้ในการจัดเก็บ เป็นเครื่องดูดฝุ่นยี่ห้อไหนดีที่ทรงพลังอีกยี่ห้อหนึ่ง สามารถปรับความโหมดการทำงานได้ 2 โหมดด้วยกัน

และที่ชอบเลยคือระบบกรอง 3 ชั้น ได้แก่ ชั้นแรกจะเป็นตัวกรองสแตนเลสดักจับฝุ่นละออง ชั้นต่อมาตัวกรอง HEPA กรองอนุภาคขนาดเล็กและชั้นสุดท้ายเป็นตัวกรองฟองน้ำที่ช่วยดักจับเศษฝุ่นและเศษควันจากบุหรี่หรือไอเสีย 

ที่สำคัญตัวกรองเหล่านี้สามารถนำออกมาล้างทำความสะอาดแล้วนำกลับไปใช้ใหม่ได้เสียวหมี่ยังได้ให้หัวดูดและหัวแปรงให้สำหรับการทำความสะอาดตามสภาพพื้นที่แตกต่างกันด้วย 

จากทั้งหมดทั้งมวลนี้บ้านติฟูลเห็นว่าเสียวหมี่เขาทำออกมาได้ดีมากเลยค่ะ หากคุณชื่นชอบยี่ห้อนี้อยู่เป็นทุนเดิมก็ต้องจัดแล้วหล่ะ 

จุดเด่น:

  • เครื่องดูฝุ่นด้ามจับมีสาย ให้พลังดูดสูงและมีความสม่ำเสมอ
  • ไม่ต้องชาร์จแบตเตอรี่ 
  • ระบบกรอง 3 ชั้นพร้อมแผ่นกรอง HEPA
  • มีชุดหัวดูดเสริมมาให้
  • ตัวกรองนำออกมาล้างทำความสะอาดได้ง่าย 

จุดด้อย:

  • ไม่เหมาะกับการใช้กับห้องขนาดใหญ่ (รัศมี 6 ม.)
  • ต้องสัมผัสกับฝุ่นขณะทิ้ง 
  • สายไฟถอดแยกออกจากตัวเครื่องไม่ได้ 
  • ไม่มีที่เก็บสายไฟภายในตัว

4.เครื่องดูดฝุ่นไร้ถุงเก็บฝุ่น Sharp EC-LS20

ขนาด: 28.6×37.9×25 ซม.

น้ำหนัก: 5.7 กก.

เครื่องดูดฝุ่นมอเตอร์ 2,000 วัตต์ดูดฝุ่นขนสัตว์ ทรายแมวได้ดีเยี่ยมจาก Sharp ในรุ่นนี้ก็เหมือนเครื่องดูดฝุ่นมีสายทั่วๆไปใช่ไหมคะ แต่สิ่งที่โดดเด่นของมันนั่นก็คือแผ่นกรอง HEPA ถึง 4 ชั้นช่วยรับรองประสิทธิภาพการดักจับฝุ่นขนาดเล็กจิ๋วๆ ได้อย่างดีเยี่ยม 

ไม่ใช้ถุงเก็บฝุ่นจึงไม่เหมาะกับผู้ที่กำลังมองหาคุณสมบัตินี้อยู่ แต่หากไม่ซีเรียสมันก็คุ้ม เพราะไม่ต้องซื้อถุงเปลี่ยนบ่อยๆ เพียงแค่กล่องเก็บฝุ่นขนาด 2 ลิตรก็เพียงพอต่อการใช้งานและไม่จำเป็นที่จะต้องมาเดาเองว่าควรเทฝุ่นทิ้งตอนไหน เพราะมันมีไฟ LED แจ้งเตือนตลอดเมื่อถึงเวลา โอโห…ธรรมดาที่ไม่ธรรมดาเลยค่ะ 

ที่สำคัญคือท่อลมเป็นโลหะ ไม่ใช่ท่อพลาสติกธรรมดาๆจึงช่วยลดการกันกระแทกแตกหักที่อาจจะเกิดขึ้นระหว่างการใช้งานได้ด้วยนะ 

จุดเด่น:

  • ไม่ใช้ถุงเก็บฝุ่น ช่วยประหยัดได้ดี 
  • สามารถดูดฝุ่นอย่างมีประสิทธิภาพด้วยมอเตอร์สูง สม่ำเสมอ
  • แผ่นกรอง HEPA 4 ชั้น
  • ท่อลมทำจากโลหะ 
  • มีไฟ LED แจ้งเตือเมื่อฝุ่นเต็ม
  • มีชุดหัวดูเสริมมาให้ 
  • มีล้อเลื่อนทำให้เคลื่อนที่ง่าย 

จุดด้อย:

  • มีสายเกะกะ 
  • ต้องสัมผัสกับฝุ่นเยอะเมื่อเททิ้งแล้วนำออกมาทำความสะอาด

5.เครื่องดูดฝุ่นไร้ถุงเก็บฝุ่น Elextrolux Ease C4 EC41-2DB

Elextrolux_Ease_C4_EC41-2DB

ขนาด: 31×41.5×35 ซม.

น้ำหนัก: 6.4 กก.

รีวิวเครื่องดูดฝุ่นจาก Elextrolux ในรุ่น Ease C4 EC41-2DB เครื่องดูดฝุ่นมีสายและไม่มีถุงเก็บฝุ่น เหมาะกับการใช้งานบ้านทั่วไปไปจนถึงการทำความสะอาดอย่างล้ำลึก 

ด้วยความจุขนาดถึง 1.8 ลิตร ทำให้คุณสามารถใช้งานได้อย่างยาวนานและพลังดูดมีความสม่ำเสมอถึงแม้กล่องเก็บฝุ่นใกล้จะเต็มแล้วก็ตาม 

ในรุ่นนี้ก็เหมือนเครื่องดูดฝุ่นแบบมีสายทั่วไปเพียงแค่กดปุ่มเทแล้วนำกล่องออกมาทำความสะอาด บ่อยครั้งที่ยังมีเศษไม้กวาดหรือเศษกระดาษขนาดใหญ่ที่ยังติดอยู่ในตัวกรองทำให้จำเป็นต้องแกะออกมาทำความสะอาดตลอด 

ส่วนประสิทธิภาพของการทำความสะอาดนั้นเขาไม่แพ้รุ่นอื่นหรือยี่ห้ออื่นๆเลยเช่นเดียวกัน มีระบบกรอง 4 ชั้นเก็บทุกรายละเอียด เอาเป็นว่าหากคุณต้องการเครื่องดูดฝุ่นยี่ห้อไหนดีสักเครื่อง เราขอแนะนำรุ่นนี้เช่นเดียวกันค่ะ 

จุดเด่น:

  • ไม่ต้องใช้ถุงเก็บฝุ่น 
  • ทำงานได้คงที่สม่ำเสมอแม้กล่องใกล้เต็ม 
  • มีตัวกรอง 4 ชั้น
  • มีล้อเลื่อนเคลื่อนย้ายสะดวก 
  • ปรับระดับความแรงได้

จุดด้อย:

  • ขนาดใหญ่ค่อนข้างเกะกะ
  • ไม่มีสัญญาณแจ้งเตือนว่าควรเททิ้งหรือทำความสะอาดตอนไหน

6.เครื่องดูดฝุ่นแบบถัง Hitachi CV-960F

Hitachi CV-960F

ขนาด: 42×33.5×59 ซม.

น้ำหนัก: 6.4 กก.

เครื่องดูดฝุ่นแบบถังขนาดใหญ่ ตอบโจทย์คนที่ไม่ต้องการเทฝุ่นทิ้งบ่อยๆ ลดการสัมผัสจากฝุ่นได้ดีมากๆ โดยตัวถังสามารถจุได้ถึง 21 ลิตรจุใจมาก 

ทั้งนี้เขาก็มีระบบกรองฝุ่นที่เป็นมาตรฐานรวมไปถึงแผ่นกรองฝุ่นเหมือนเครื่องดูดฝุ่นโดยทั่วไป แต่จะเป็นแบบผ้าที่สามารถนำออกมาล้างทำความสะอาดแล้วนำกลับไปใช้ใหม่ได้ง่ายๆ อีกทั้งท่อดูดทำจากอลูมิเนียมลดการเเตกหักระหว่างการใช้งาน 

สิ่งที่โดดเด่นของเจ้าตัวนี้นอกจากจะดูดฝุ่นในบ้านแล้วมันยังช่วยเป่าฝุ่นหรือเป่าลมได้ ทำให้ง่านต่อการทำความสะอาดได้มากยิ่งขึ้น หากคุณกำลังมองหาเครื่องดูดฝุ่นยี่ห้อไหนดีที่เป่าลมได้จะต้องไม่พลาดรุ่นนี้เลยค่ะ 

จุดเด่น:

  • จุได้เยอะ 
  • มีแผ่นกรองฝุ่นที่สามารถถอดออกมาล้างทำความสะอาดได้ 
  • ท่อดูดทำจากอะลูมิเนียม 
  • สามารถดดูดฝุ่นและเป่าลมได้ 
  • มีอุปกรณ์หัวแปรงดูดเพิ่ม 
  • มีล้อเลื่อนเคลื่อนย้ายง่าย

จุดด้อย:

  • ขนาดใหญ่ทำให้ยุ่งยากในการทำความสะอาดมากขึ้น
  • เกะเกะ จัดเก็บยาก 

7.เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Tefal X-FORCE FLEX 8.60 TY9639

7.เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Tefal X-FORCE FLEX 8.60 TY9639

ขนาด: 37x14x70 ซม.

น้ำหนัก: 4.8 กก.

เครื่องดูดฝุ่นเครื่องดูดฝุ่นไร้สายจาก Tefal สามารถดูดฝุ่นได้อย่างทรงพลังและเปลี่ยนเป็นเครื่องดูดฝุ่นแบบมือถือก็ได้ ทำให้คุณสามารถใช้งานได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด

สิ่งที่แตกต่างคงจะไม่พ้นตรงที่ท่อดูดฝุ่นถูกออกแบบมาให้เป็นแบบ Flex หรืองอได้ ช่วยทำให้การทำความสะอาดใต้เตียง โซฟา หรือบริเวณที่เข้าถึงยากได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ประกอบกับหัวดูด Power LED Vision ช่วยทำให้มองเห็นได้ชัดเจน 

หากคุณต้องการเครื่องดูดฝุ่นอเนกประสงค์ใช้ตามครัวเรือน เน้นการทำความสะอาดแบบรวดเร็วในวันที่ยุ่งๆ เราขอแนะนำเลยค่ะ 

จุดเด่น:

  • เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย จัดเก็บง่าย สะดวกในการใช้งาน
  • สามารถดูดตามใต้โซฟาได้ลึกมากกว่าแบบอื่นๆเพราะท่อดูดงอได้
  • มีไฟ LED ส่องพื้นในที่มืด
  • มีหัวดูดเสริมเพิ่มมา 
  • ถอดแบตเตอรี่ออกได้ 

จุดด้อย:

  • ระยะเวลาการใช้งานค่อนข้างต่ำ 35 นาที แต่ต้องชาร์จ 3 ชั่วโมง
  • พลังดูดอาจไม่สม่ำเสมอเมื่อแบตลดระดับ 

8.เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson V12 Detect Slim ™ Total Clean Cordless Vacuum Cleaner

Dyson V12 Detect Slim ™ Total Clean Cordless Vacuum Cleaner

ขนาด: 25×123.4×25.2 ซม.

น้ำหนัก: 2.61 กก.

เครื่องดูดฝุ่นสุดไฮเทคจากไดสัน ไร้สายเคลื่อนย้ายง่าย ทำงานคล่องตัว มีหน้าจอ LCD แสดงการทำงานของตัวเครื่อง มีหัวแปรงเสริมสำหรับการทำความสะอาดมาให้อีกเพียบทั้งหมด7 หัวแปรง 

พร้อมอุปกรณ์เสริมอื่นๆ อย่างเช่นแท่นยึดติดผนัง จึงเหมาะกับการใช้งานกับพื้นทุกรูปแบบรวมไปถึงฝุ่นตามเฟอร์นิเจอร์หรือขอบหน้าต่าง บ้านไหนมีสัตว์เลี้ยงต้องชอบแน่นอนเพราะหัวดูดที่มียังถูกออกแบบมาให้ดูดขนสุนัขและน้องแมวด้วย เศษผมก็เช่นกัน 

ที่โดดเด่นที่สุดคงจะไม่พ้นตัวมอเตอร์  Dyson Hyperdymium™ และเทคโนโลยี Root Cyclone™ ที่จะทำให้เจ้า Dyson V12 Slim™ Fluffy+ นั้นสามารถดูดฝุ่นได้อย่างทรงพลัง ประกอบด้วยเลซอร์ช่วยในการมองเห็นที่ชัดมากขึ้นและยังดักจับฝุ่นได้ดีมากยิ่งขึ้นไปอีก 

อย่างไรก็ตามรุ่นนี้เป็นเครื่องดูดฝุ่นยี่ห้อไหนดีที่ราคาค่อนข้างสูงหน่อยแต่หากคุณชื่นชอบคุณสมบัติเหล่านี้ มันก็คุ้มค่าที่จะลงทุนนะ

จุดเด่น:

  • ไร้สาย ไม่เกะกะ
  • น้ำหนักเบา 
  • มีหน้าจอ LCD แสดงผลการทำงานแบบเรียลไทม์
  • มีอุปกรณ์หัวดูดหลากหลาย
  • เครื่องดูดฝุ่นพลังสูง

จุดด้อย:

  • ราคาสูง
  • ต้องชาร์จแบตในการใช้งาน 
  • พลังดูดอาจลดลงตามแบตเตอรี่
  • ไม่มีถุงเก็บฝุ่น 

9.เครื่องดูดฝุ่นแบบถัง Elextrolux Flexio Power Z823

Elextrolux Flexio Power Z823

ขนาด: 40x40x56 ซม.

น้ำหนัก: 8.5 กก.

เครื่องดูดฝุ่น 3in1 ดูดฝุ่นได้ทั้งเปียกและแห้ง เป่าลมได้ มีขนาดใหญ่ แรง ดูดทำความสะอาดพื้นบ้านได้อย่างรวดเร็ว ตัวอุปกรณ์เสริมสามารถจัดเก็บได้ภายในตัวเครื่องช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้งาน โดยเฉพาะบ้านพื้นที่กว้างๆ ใช้งานหนักใช้งานเยอะ 

หัวดูดถูกออกแบบมาให้หมุนได้ 360°  สามารถทำความสะอาดได้อย่างคล่องตัว แถมยังมีราคาไม่แพงด้วย แต่ไม่ค่อยเหมาะกับบ้าน 2 ชั้นสักเท่าไหร่เนื่องจากเขาค่อนข้างหนักทำให้อาจเกิดความยากลำบากในการเคลื่อนย้ายได้ 

จุดเด่น:

  • พลังดูดสูง
  • มีหัวดูดเสริมเพิ่มเติม
  • ไม่ต้องเทฝุ่นทิ้งบ่อยๆ
  • ใช้เป่าลมได้ 
  • ราคาไม่แพง

จุดด้อย:

  • หนัก 
  • เสียงค่อนข้างดังขณะทำงาน
  • เกะกะ

10.เครื่องดูดฝุ่นไร้ถุงเก็บฝุ่น Elextrolux CompactGo Z1230CB,Z1231WR

Elextrolux CompactGo

ขนาด: 30x28x40 ซม.

น้ำหนัก: 4.5 กก.

เครื่องดูดฝุ่นแบบเบสิคทั่วๆไปที่สามารถใช้งานได้กับพื้นทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นพื้นไม้ กระเบื้องหรือพรม ไม่ต้องใช้ถุงเก็บฝุ่น ทั้งนี้คุณจะมองเห็นปริมาณภายในกล่องเก็บฝุ่นสีใสจึงเดาได้ง่ายว่าเมื่อไหร่ที่จำเป็นต้องเทและนำมาล้างทำความสะอาด แถมยังมีน้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายง่าย ทำให้การดูดฝุ่นเป็นเรื่องที่ไม่เบื่อไปเลย 

เป็นเครื่องดูดฝุ่นอีกตัวที่ธรรมดาๆแต่พลังดูดฝุ่นสูงในราคาที่คุ้มค่า จึงเหมาะกับคนที่กำลังมองหาเครื่องดูดฝุ่นยี่ห้อไหนดีที่ใช้ดีราคาประหยัด นอกจากนั้นแล้วยังใช้แผ่นกรองฝุ่น HEPA ช่วยดักจับเศษฝุ่นให้อยู่หมัดและยังนำออกมาล้างตากแห้งแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ได้ 

จุดเด่น:

  • ใช้งานง่าย 
  • พลังดูดสูงและมีความสม่ำเสมอ
  • ราคาประหยัด 
  • น้ำหนักเบา 
  • เหมาะกับพื้นทุกรูปแบบ 
  • มีแผ่นกรอง HEPA ล้างใช้ซ้ำได้ 

จุดด้อย:

  • ค่อนข้างเกะกะ จัดเก็บยาก 
  • ไม่มีถุงเก็บฝุ่น 
  • ไ่ม่มีระบบแจ้งเตือนปริมาณฝุ่น

11.เครื่องดูดฝุ่นที่ไร้ถุงเก็บฝุ่น Philips PowerPro Expert FC9728/01

Philips PowerPro Expert FC9728/01

ขนาด: 50.5×29.2×29.2 ซม.

น้ำหนัก: 5.5 กก.

เครื่องดูดฝุ่นไร้ถุงเก็บฝุ่นที่จะช่วยทำความสะอาดได้อย่างหมดจดทุกซอกทุกมุมด้วยมอเตอร์ขนาด 2,000 วัตต์และเทคโนโลยี PowerCyclone 8 จากฟิลิปส์ที่จะช่วยแยกอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

ประกอบด้วยหัวดูด TriActive ที่ถูกออกแบบให้ดูดฝุ่นได้ 3 ทิศทาง มีฟังก์ชั่นควบคุมปรับระดับความแรงตามสภาพพื้นห้องที่แตกต่างกันด้วยด้วยปุ่มบวกและลบ ใช้งานค่อนข้างง่ายเลยทีเดียว หัวดูดและหัวแปรงที่มีมาให้จัดเก็บได้ที่ตัวเครื่องเลยพร้อมใช้งานตลอดและไม่ต้องกลัวหาย 

สิ่งที่พิเศษเพิ่มขึ้นมาคงจะไม่พ้นระบบแผ่นกรอง Allergy H13 ที่จะไปดักฝุ่นอนุภาคเล็กๆ หรือพวกที่ทำก่อให้เกิดภูมิเเพ้อย่างขนสัตว์หรือละอองเกสร

จุดเด่น:

  • พลังดูดสูงด้วยเทคโนโลยี PowerCyclone 8 
  • มีหัวดูดที่ดูดได้ 3 ทิศทาง 
  • ใช้งานได้ดีกับพื้นทุกสภาพ 
  • ขนาดกระทัดรัด ไม่น่ารำคาญขณะใช้งานมาก 
  • แผ่นกรอง Allergy H13 ที่เหมาะกับผู้ที่เป็นภูมิแพ้
  • เก็บอุปกรณ์เสริมได้ในตัว 

จุดด้อย:

  • ราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับเครื่องดูดฝุ่นไร้ถุงทั่วๆไป
  • เกะกะ
  • ไม่มีถุงเก็บฝุ่น 

12.เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย IRIS OHYAMA IC-SLDC7

IRIS OHYAMA IC-SLDC7

ขนาด: 23.6×16.2×100.3 ซม.

น้ำหนัก: 1.2 กก.

เครื่องดูดฝุ่นไร้สายแบรด์ญี่ปุ่นที่มีน้ำหนักเบามากเพียง 1.2 กิโลกรัม ทำให้ทำความสะอาดง่าย ขนย้ายสะดวก ไม่ว่าจะเป็นใต้เตียง โซฟา หรือขั้นบันได รวมไปถึงในรถยนต์ แถมยังไม่ต้องเสียบปลั๊กให้รำคาญใจ และมีถุงเก็บฝุ่นด้วยลดขั้นตอนการทำความสะอาดได้เยอะ 

แต่เห็นน้ำหนักเบาแบบนี้แต่เจ้าตัวนี้มีระบบตรวจจับฝุ่นด้วยนะ แถมยังถอดเป็นเครื่องดูดฝุ่นแบบมือถือได้ด้วย มันว้าวมากเลยค่ะ จัดได้ว่าเป็นเครื่องดูดฝุ่นอเนกประสงค์ที่น่าใช้เลยทีเดียว 

จุดเด่น:

  • น้ำหนักเบามาก แต่มีพลังดูดสูง
  • ปรับเป็นเครื่องดูดฝุ่นแบบมือถือได้
  •  มีหัวแปรงดูดเพิ่ม 
  • มีถุงเก็บฝุ่น
  • จัดเก็บง่าย

จุดด้อย:

  • ต้องชาร์จแบต 3 ชั่วโมงต่อการใช้งาน 30 นาที

13.เครื่องดูดฝุ่นไร้ถุงเก็บฝุ่น Samsung VC18M21M0VN

 Samsung VC18M21M0VN

ขนาด: 27.2×24.3×39.8 ซม.

น้ำหนัก: 4.6 กก.

เครื่องดูดฝุ่นแบบกล่องที่บ้านติฟูลได้คัดเลือกมารีวิวอีกตัวที่สามารถปรับระดับพลังการดูดได้มากถึง 7 ระดับซึ่งแตกต่างจากเครื่องดูดฝุ่นอื่นๆที่เราได้รีวิวไป พร้อมระบบ Anti-tangle Turbine ป้องกันเศษอุดตันที่อาจะเกิดขึ้นเมื่อใข้งาน แถมช้งานก็ง่ายเทฝุ่นง่ายด้วยเพียงแค่กดปุ่มเพียงปุ่มเดียว เครื่องดูดฝุ่นจาก  Samsung ในรุ่น VC18M21M0VN จึงเป็นตัวเลือกที่น่าใช้ไม่แพ้กัน 

จุดเด่น:

  • พลังดูดสม่ำเสมอ 
  • ใช้งานง่าย เคลื่อนย้ายสะดวก 
  • ปรับพลังดูดได้ 

จุดด้อย:

  • เกะกะ 
  • ใช้พื้นที่ในการจัดเก็บ 

ประเภทของเครื่องดูดฝุ่นที่ควรรู้จัก

เครื่องดูดฝุ่นมีสาย (Canister Vacuum)

คืออะไร?:

เครื่องดูดฝุ่นแบบมีสายหรือรู้จักในชื่อเครื่องดูดฝุ่นแบบกล่อง เนื่องจากตัวเครื่องดูดฝุ่นประเภทนี้จะมีกล่องที่มีล้อเลื่อนเชื่อมต่อกับสายดูดฝุ่นนั่นเอง ภายในจะบรรจุทั้งมอเตอร์ ฟิลเตอร์จับฝุ่น และถุงเก็บฝุ่น (บางโมเดลก็ไม่มี)

ข้อดี:

  • มีพลังในการทำงานสูงทำให้ทำความสะอาดได้เร็วขึ้น
  • มีล้อเลื่อนทำให้ง่ายต่อการขนย้าย
  • น้ำหนักเบาประกอบกับสายดูดฝุ่นมีความยืดหยุ่นทำให้คล่องตัวในการทำความสะอาด
  • สามารถใช้งานกับประเภทหัวแปรงได้หลายแบบ

ข้อเสีย:

  • ใช้พื้นที่ในการจัดเก็บเยอะ 
  • บ่อยครั้งที่สายไฟมักจะไปพันกับล้อทำให้สร้างความรำคาญใจต่อผู้ใช้งานได้ 

เครื่องดูดฝุ่นทรงตั้ง (Upright Vacuum)

คืออะไร?: 

เครื่องดูดฝุ่นทรงตั้งใช้งานเหมือนกันกับเครื่องดูดฝุ่นแบบด้ามจับ โดยการถูไถขนานกับพื้น แต่อย่างไรก็ตามเครื่องดูดฝุ่นทรงตั้งจะมีน้ำหนักที่มากกว่าแบบอื่นๆเนื่องจากตัวมอเตอร์ ฟิลเตอร์ หรือถุงเก็บฝุ่นนั้นจะประกอบภายในส่วนเดียวกัน

ข้อดี:

  • All-in-one ไม่เกะกะแถมยังจัดเก็บง่าย 
  • เหมาะกับการทำความสะอาดอย่างล้ำลึกโดยเฉพาะพื้นประเภทพรม
  • มักจะมีหน้าแปรงกว้างทำให้ความสะอาดได้เร็ว

ข้อเสีย:

  • ต้องก้มในการทำความสะอาดจึงไม่เหมาะกับผู้ที่ชอบปวดหลัง
  • ค่อนข้างยากในการทำความสะอาดตามซอกมุมเล็กๆ 
  • มีน้ำหนักมากทำให้ยุ่งยากในการเคลื่อนย้าย 

เครื่องดูดฝุ่นด้ามจับ (Stick Vacuum) (เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย)

คืออะไร?: 

เครื่องดูดฝุ่นแบบด้ามจับจะมีมอเตอร์และตัวเก็บฝุ่นอยู่บริเวณใกล้มือจับ ส่วนใหญ่เรามักจะเป็นเครื่องดูดฝุ่นแบบไร้สายภายในตัว มักจะมีน้ำหนักเบาเหมาะกับการทำความสะอาดแบบรวดเร็ว 

ในบางโมเดลจะเป็นเครื่องดูดฝุ่นแบบมือถือขนาดเล็ก (Handheld Duster Vacuum) ที่นิยมสำหรับการใช้ดูดฝุ่นตามขอบหน้าต่าง โซฟา รวมไปถึงฝุ่นภายในรถยนต์ 

ข้อดี:

  • มักจะเป็นแบบไร้สาย และไม่จำเป็นต้องต่อสายไฟ
  • น้ำหนักเบา ขนาดเล็ก เคลื่อนย้ายทำความสะอาดได้สะดวก
  • ไม่ค่อยเสียงดัง 
  • จัดเก็บง่าย 

ข้อเสีย:

  • อาจไม่ทรงพลังเท่าเครื่องดูดฝุ่นแบบอื่นๆ แต่ก็ขึ้นอยู่กับโมเดลของรุ่นนั้นๆด้วย
  • ต้องเพิ่งพาการชาร์จแบตเตอร์รี่ 
  • กล่องเก็บฝุ่นมีขนาดเล็กจำเป็นต้องทำความสะอาดบ่อยๆ

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น (Robot vacuum)

คืออะไร?: 

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นจะเป็นเครื่องดูดฝุ่นที่แต่กต่างจากเครื่องดูดฝุ่นแบบอื่นๆ โดยคุณไม่ต้องทำงานกับมันโดยตรง เพราะเจ้าหุ่นยนต์ดูดฝุ่นนี้สามารถทำความสะอาดด้วยตนเอง 

หลักการทำงานของมันหลักๆคือใช้เลเซอร์ในการตรวจจับฝุ่นตามพื้น ถึงจะไม่ได้ดูดฝุ่นล้ำลึกแต่มันจะช่วยดูดฝุ่นในบ้านเป็นประจำ ช่วยรักษาบ้านให้สะอาดอยู่ตลอดเวลาเลยแหละ 

ข้อดี:

  • คุณไม่ต้องลงแรงในการทำความสะอาด
  • มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย
  • สามาถดูดฝุ่นได้ครอบคลุมรอบบ้าน 
  • เหมาะกับคนที่เป็นภูมิแพ้ 

ข้อเสีย:

  • พลังการดูดไม่แรงเท่ากับเครื่องดูดฝุ่นประเภทอื่นๆ 
  • ไม่เข้าถึงมุมห้อง
  • ต้องชาจแบต 
  • มักเกิดการติดขัดตามพื้นที่ 

หลักการพิจรณาประกอบการตัดสินใจในการเลือกซื้อเครื่องดูดฝุ่น

เครื่องดูดฝุ่นแบบมีสาย VS ไร้สาย

เครื่องดูดฝุ่นที่หลักๆที่คนนิยมใช้มีอยู่ 2 แบบหลักๆคือ เครื่องดูดฝุ่นแบบมีสายและเครื่องดูดฝุ่นแบบไร้สาย บ้านติฟูลสรุปมาให้แล้วข้างล่างนี้ 

เครื่องดูดฝุ่นแบบมีสาย(Cord Vacuum): 

  • มักจะเห็นได้ตามเครื่องดูดฝุ่นแบบกล่องและเครื่องดูดฝุ่นแบบตั้ง 
  • ไม่ต้องชาร์จแบตเตอรี่แต่จะต้องเสียบปลั๊กในการทำงาน 
  • ความยาวสายไฟจึงสำคัญที่จะช่วยให้เครื่องดูดฝุ่นสามารถทำความสะอาดได้ครอบครุม 
  • มีพลังในการดูดฝุ่นสูง
  • มักจะมีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักทำให้ยากต่อการเคลื่อนย้ายและจัดเก็บ
  • สายไฟมักจะพันกับล้อทำให้รู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจได้ง่าย 
  • กล่องเก็บฝุ่นมักจะบรรจุฝุ่นได้มากกว่าแบบไร้สาย 

เครื่องดูดฝุ่นแบบไร้สาย(Cordless Vacuum):

  • มักจะพบได้ตามเครื่องดูดฝุ่นแบบด้ามจับ 
  • ใช้แบตเตอรี่ในการใช้งาน ยิ่งแบตเตอร์มีมากจะดูดฝุ่นได้แรงกว่าแบตน้อย จึงจำเป็นต้องชาร์จแบตอยู่เป็นประจำเพื่อที่จะทำให้เกิดการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
  • ไร้สายนั่นแปลว่าอำนวยความสะดวกสบายในการทำความสะอาด
  • จัดเก็บง่ายไม่เกะกะ
  • มีน้ำหนักเบาสามารถใช้งานได้คล่องตัว 
  • กล่องเก็บฝุ่นจะมีขนาดเล็กทำให้ต้องทำความสะอาดบ่อยๆ 
สรุปแล้วซื้อเครื่องดูดฝุ่นแบบไหนดี?:

หากคุณชื่นชอบเครื่องดูดฝุ่นยี่ห้อไหนดีที่เน้นการทำความสะอาดแบบล้ำลึก พลังดูดฝุ่นสูงและมีความสม่ำเสมอ ไม่ต้องเทฝุ่นทิ้งบ่อยๆเราแนะนำเครื่องดูดฝุ่นแบบมีสาย
แต่หากคุณต้องการเครื่องดูดฝุ่นที่นอกจากทำความสะอาดได้ดีเช่นเดียวกัน แต่เน้นการพกพา เคลื่อนย้ายง่ายและมีน้ำหนักเบส เครื่องดูดฝุ่นแบบไร้สายน่าจะตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุดค่ะ 

เครื่องดูดฝุ่นที่มีถุงเก็บฝุ่น VS ไม่มีถุงเก็บฝุ่น

หลักการเลือกซื้อเครื่องดูดฝุ่นอีกแบบที่เราอยากแนะนำคือการเลือกซื้อเครื่องดูดฝุ่นที่มีถุงเก็บฝุ่นและไม่มีถุงเก็บฝุ่น ซึ่งแต่ละโมเดลจะมีความแตกต่างกันจึงอยากให้คุณได้เช็คให้ชัวร์ก่อนตัดสินใจซื้อว่าแบบไหนที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด อ

มีถุงเก็บฝุ่น(Bagged):

  • ช่วยกักเก็บฝุ่นได้ดีกว่าและลดการกระจายขณะถอดถุงออกไปทิ้งและยังเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าผู้ที่เป็นภูมิเเพ้ด้วย
  • ไม่จำเป็นต้องนำกล่องดูดฝุ่นและตัวฟิลเตอร์ออกไปล้างน้ำบ่อยๆถ้าเทียบกับแบบกล่อง
  • เมื่อถุงเต็มจำเป็นต้องเปลี่ยนถุง
  • จำเป็นต้องซื้ออถุงดูดฝุ่นของโมเดลนั้นตลอดการใช้งาน 

ไม่มีถุงเก็บฝุ่น(Bagless):

  • สามาถสังเกตุได้ง่ายว่าเวลาไหนควรนำฝุ่นออกไปทิ้ง
  • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพราะลดขยะที่เกิดจากการใช้ถุงเก็บฝุ่น 
  • จะต้องนำออกไปล้างทำความสะอาด
  • ไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นภูมิแพ้ 
สรุปแล้วซื้อเครื่องดูดฝุ่นแบบไหนดี?:

ผู้ที่เป็นภูมิแพ้หรือผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงการสัมผัสฝุ่นโดยตรงเลือกที่มีถุงเก็บฝุ่นจะดีกว่า

น้ำหนักของเครื่องดูดฝุ่น

คงไม่มีใครหรอกที่จะชอบยกหรือถือของหนักๆใช่ไหม ? ยิ่งเครื่องดูดฝุ่น สิ่งที่คุณจะต้องใช้มันอย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์อย่างน้อย 1 ชั่วโมงในการดูดฝุ่นทำความสะอาดบ้านทั้งหมดนั้นยิ่งจำเป็นที่จะต้องเลือกเครื่องดูดฝุ่นที่น้ำหนักเบา ยิ่งเบาเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเพราะมันจะช่วยทำให้การดูดฝุ่นได้ง่ายและรวดเร็วมาก แถมไม่ปวดหลังด้วย 

แผ่นกรองฝุ่น

แผ่นกรองฝุ่นก็สำคัญในการใช้งานเครื่องดูดฝุ่น (บางโมเดลไม่มี) เพราะมันจะช่วยดักจุบฝุ่นที่มีอนุภาคเล็กรวมไปถึงขนสัตว์ไม่ให้กระจายออกไปสู่อากาศภายในบ้านอีกครั้ง โดยแผ่นกรองฝุ่นที่มักนิยมถูกนำมาใช้คือแผ่นกรองฝุ่น HEPA (High-Efficiency Particulate Air) มักพบได้ตามเครื่องกรองอากาศและแอร์บางรุ่น 

หัวแปรงเสริมที่เพิ่มเข้ามา 

เพราะพื้นบ้านมีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นพื้นไม้ พรม กระเบี้อง รวมไปถึงซอกมุมต่างๆที่จำเป็นต้องใช้แปรงดูดฝุ่นที่แตกต่างกันไป บ้านติฟูลจึงอยากแนะนำเพื่อนๆให้เลือกซื้อครื่องดูดฝุ่นยี่ห้อไหนดีที่มีอุปกรณ์เสริมเหล่านี้มาให้ เพื่อที่จะได้ใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุด 

สรุปส่งท้าย

เป็นอย่างไรกันบ้างกับรีวิวเครื่องดูดฝุ่นยี่ห้อไหนดีที่บ้านติฟูลได้คัดเลือกมาให้ เพียงแต่คุณจำเป็นต้องเช็คให้ชัวร์ก่อนว่ามีปัจจัยไหนบ้างที่เครื่องดูดฝุ่นโมเดลนั้นๆจะตอบโจทย์ความต้องการของคุณมากที่สุด เราหวังว่าบทความของเราจะช่วยทำให้คุณได้ตัดสินใจได้นะ