8 หุ่นยนต์ดูดฝุ่นยี่ห้อไหนดีไม่บ๊องที่พลังดูดแรง

บ้านไหนที่มีน้องหมาน้องแมว หรือสาวๆที่ผมร่วงตกตามพื้น วันนี้บ้านติฟูลจะพามาดูไอเท็มที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นกว่าเดิม

และก็คือ….หุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัตโนมัตินั่นเองค่ะ!

เจ้าหุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัตโนมัติจะช่วยดูดฝุ่นพื้นบ้านให้สะอาดอยู่ตลอดเวลาโดยที่คุณไม่จำเป็นที่จะต้องกวาดพื้นหรือแบกเครื่องดูดฝุ่นหนักๆทุกวันให้เหนื่อยเปล่า บางรุ่นยังถูพื้นได้ในตัว ไม่ง้อไม้ถูพื้นอีกต่อไป

แต่นั่นก็เป็นปัญหา!เพราะเราไม่รู้ว่าหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ยี่ห้อไหนดีหล่ะที่ใช่ที่สุด 

บทความนี้เราได้นำรีวิวหุ่นยนต์ดูดฝุ่นยี่ห้อไหนดี ที่สำคัญ ถูพื้นได้ น่าไว้วางใจ คุณภาพดี พร้อมวิธีเลือกซื้อเพื่อให้ได้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นยี่ห้อไหนดี ที่ตรงตามความต้องการของคุณมากที่สุด

3 รุ่นที่บ้านติฟูลชอบมาก

Roborock Q7 Series
ซื้อได้ที่ Lazada , Shopee
Roborock S5 Max
ซื้อได้ที่ Lazada , Shopee
Autobot  Mini 2 robot vacuum cleaner
ซื้อได้ที่ Lazada , Shopee

รีวิวหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ยี่ห้อไหนดี ที่สุดของปี 2022

1.หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Roborock Q7 Max Series 

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นยี่ห้อไหนดี Roborock Q7 Max Series

ความจุกล่องเก็บฝุ่น:หุ่นยนต์ 0.47 ล.,แท่นเก็บฝุ่น 2.5 ล.
ความจุแท้งค์น้ำ:0.35 ล.
ขนาดของแบตเตอร์รี่:5,200 mAh
ประกัน: 3 ปี 

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ยี่ห้อไหนดีจาก Roborock ซีรีย์ Q7 Max รุ่นพรีเมียมน้องใหม่ ฉลาด วิเคราะห์สถาณการณ์ได้เร็วและแม่น เป็นรุ่นตัวท๊อปของแบรนด์ที่อยากแนะนำมากที่สุด

มันดูดฝุ่นและถูพื้นได้ในเครื่องเดียว ที่โดดเด่นคือแท่นเก็บฝุ่นอัตโนมัติในรุ่น Auto Emty Dock Pure ที่จะช่วยดูดฝุ่นจากหุ่นยนต์ทุกครั้งหลังเจ้าหุ่นยนต์กลับเข้าแท่น

ด้านในมีถุงเก็บฝุ่น HEPA E12 ดักจับฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับได้นานมากถึง 7 สัปดาห์หลังจากนั้นแกะถุงเก็บฝุ่นออกมาทิ้งได้อย่างง่ายดาย

ใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชั่นของ Roborock และ Mi Home ที่ใช้งานง่าย สั่งงานผ่านเสียงได้และที่สำคัญรองรับภาษาไทยด้วยนะ

ในแอปคุณจะพบกับฟังก์ชั่นการทำงานที่สำคัญและหลากหลายให้เลือกใช้ อย่างเช่นการตั้งค่าโซนที่ต้องการทำความสะอาด,ทำความสะอาดเฉพาะจุด,ตั้งค่าการทำงานตามช่วงเวลา

หรือจะตั้งค่าเองโดยการปรับระดับความเร็วของแปรงหมุนรวมไปถึงระดับน้ำที่ใช้ในการถูพื้นเป็นต้น อันนี้แค่ตัวอย่างที่เราได้ยกขึ้นมาแต่จริงๆแล้วมันมีฟังก์ชั่นอีกมากมายให้คุณเข้าไปใช้ 

มันมีระบบการเดินทำความสะอาดสุดล้ำด้วยเทคโนโลยี PrciSense LiDAR  สแกนผังบ้านได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว รองรับการทำงานได้กับบ้านหลายชั้น 

โดยคุณสามารถเข้าดูภาพ 2D หรือ 3D ผ่านแอปได้เลยค่ะ ตั้งค่าการทำงานผ่านภาพนั้นได้ เพิ่ม/ย้ายเฟอนิเจอร์ได้ ลูกเล่นเยอะ ฉลาดล้ำสุดๆ

จากรีวิวผู้ใช้งานทั้งในไทยและต่างประเทศบ้านติฟูลได้คำตอบว่า มันช่วยดูดฝุ่นได้ดีสุดๆ ถูพื้นก็ไม่แพ้กัน 

ด้วยแปรงยางทั้งหมด ไม่เหมือนกับรุ่นเก่าเลย ไม่มีขนแปรง หมุนได้ 360° ประกอบกับแรงดูดที่มากถึง 4,200 Pa สามารถดูดเศษผมเข้าไปง่ายดาย แถมไม่พันติดกันมาก แกะแปรงออกมาทำความสะอาดง่ายๆ

ทำงานเสียงเบาที่ 67 dB แถมแบตเตอร์รี่เยอะทำให้หลายๆผู้ใช้งานค่อนข้างประทับใจ มีระบบล๊อคการทำงานหากที่บ้านมีเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยง

บ้านติฟูลจึงขอยก Roborock Q7 Max Series ให้เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นยี่ห้อไหนดีที่ชอบมากที่สุดของปีนี้

อย่างไรก็ตามเจ้าตัวนี้ถึงแม้ว่ามันจะถูกออกแบบมาให้อยู่ในเกรดที่มีราคากลางๆ แต่บ้านติฟูลคิดว่าแอบแพงอยู่ดี

ประกอบกับขนาดค่อนข้างใหญ่+หนัก 4.2 กก. ความสูงโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 9.7 ซม. (เห็นหลายรุ่นสูงประมาณ 8 ซม.) จึงไม่เหมาะกับบ้านที่มีเฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่มีพื้นต่ำมากไปกว่านี้

เหตุผลที่ควรซื้อ:

  • ใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่น รองรับภาพ 2D และ 3D 
  • มีฟังก์ชั่นการสั่งงานที่หลากหลาย อาทิเช่น กั้นโซนไม่ให้ทำความสะอาด
  • สแกนผังบ้านและกำหนดทิศทางได้แม่นยำ 
  • มีเซนเซอร์จับสิ่งกีดขวางกและปีนป่าย ปีนได้สูงสุด 2 ซม. 
  • มีระบบ AI สามารถกลับเข้าไปชาร์จเองได้อัตโนมัติ
  • แท่นเก็บฝุ่นดูดฝุ่นจากหุ่นยนต์โดยอัตโนมัติ
  • เทคโนโลยี Hyper Force แรงดูดสูง 
  • เทคโนโลยี ScratchSafe หยุดการทำงานแจ้งเตือนเมื่อเกิดการติดขัดของล้อหรือแปรง

2.หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Roborock S5 Max

Roborock S5 Max
ความจุของกล่องเก็บฝุ่น:0.46 ล.
ความจุแท้งค์น้ำ:0.29 ล.
ขนาดของแบตเตอร์รี่:5,200 mAh
ประกัน:3 ปี 

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นอีกตัวจาก Roborock S5 Max ตัวนี้ไม่ใช่รุ่นใหม่แต่อย่างไร เป็นรุ่นเก่าแต่ยังเป็นที่ยอมรับในบรรดาพ่อบ้านแม่บ้านทั้งไทยและเทศ

นั่นก็เพราะมันสามารถทำงานได้ครบครัน ในราคาที่ถูกลงมานิกหน่อย และยังดูดฝุ่นและถูพื้นได้ในตัว (ดูดก่อน ถูพื้นตาม) ตอบโจทย์การใช้งานบ้านกับพื้นทุกรูปแบบโดยเฉพาะบ้านไหนที่ต้องการเน้นเรื่องของการถู

รุ่นนี้ก็ถูกอับเกรดให้มีถังน้ำใหญ่ขึ้นและใช้ระบบปั๊มน้ำที่สามาถควบคุบการไหลของน้ำผ่านแอปพลิเคชั่น (เทียบจากรุ่นก่อนๆ) สามารถถูพื้นได้ดีขึ้นแต่ยังไม่สุดเท่ากับแรงถูของมนุษย์

พลังดูดของหุ่นยนต์ตัวนี้สูงสุดอยู่ที่ 2,000 Pa ดูดสิ่งสกปรกที่ฝังลึกอยู่ตามพื้นหรือพรมได้สบายๆไม่ว่าจะเป็นฝุ่น เศษทราย หรือเศษขนมขนาดใหญ่ขึ้นมา

แปรงข้างใต้หุ่นยนต์ปกนยาง มีแปรงขน ช่วยเก็บเศษผมได้ดี สามารถแกะเศษผมออกมาทำความสะอาดได้ด้วยชุดอุปกรณ์ที่มีมาให้ข้างใต้หุ่นยนต์ พร้อมใช้งานตลอดเวลา

ตัวหุ่นยนต์มีระบบนำทางที่ฉลาด สแกนแผนผังได้รวดเร็ว ต้องขอขอบคุณเทคโนโลยีที่ดีที่สุดของหุ่นยนต์ดูดฝุ่นในปัจจุบัน

มันทำงานเบาสุดที่ 58 dB ปีนป่ายได้สูงสุด 2 ซม.ประกอบกับเทคโนโลยีที่สามารถตรวจจับสิ่งกีดขวางทางเดินจึงหมดกังวลได้ว่ามันจะไม่ไปติดขัดอยู่บ่อยๆ

อย่างไรก็ตามมันไม่สามารถดูดฝุ่นตามมุมห้องได้ดีเท่าที่เนื่องจากรูปร่างของมันและแน่นอนว่ารุ่นนี้ก็สามารถสั่งงานผ่านแอปพลิเคชั่นที่มีให้เลือกใช้ 2 แบบทั้ง Roborock และ Mi Home ไม่ว่าจะแบบไหนก็ใช้งานง่าย

มันสามารถแสกนผังบ้านที่แม่นยำมากถึง 98% และบันทึกไว้ได้ 3 แบบให้เลือกใช้ วาด ลาก ถู สั่งงาน แบ่งห้องแบ่งโซนได้ เหมือนรุ่นใหม่ๆนับว่าเป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นยี่ห้อไหนดี ที่น่าใช้งานมากๆ เลยทีเดียวค่ะ 

เหตุผลที่ควรซื้อ:

  • ใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่น รองรับภาพ 2D
  • มีฟังก์ชั่นการสั่งงานที่หลากหลาย อาทิเช่น กั้นโซนไม่ให้ทำความสะอาด
  • สแกนผังบ้านและกำหนดทิศทางได้แม่นยำ 
  • มีเซนเซอร์จับสิ่งกีดขวาง กันตก และปีนป่าย ปีนได้สูงสุด 2 ซม. 
  • มีระบบ AI สามารถกลับเข้าไปชาร์จเองได้อัตโนมัติ
  • แปรงมีขนหนาแต่นุ่มนวลไม่ทำลายพื้นและเฟอร์นิเจอร์ 

3.หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Autobot Mini 2 robot

Autobot Mini 2 robot
ความจุของกล่องเก็บฝุ่น:0.275 ล.
ขนาดของแบตเตอร์รี่:2,500 mA
ประกัน:1 ปี 

รีวิวหุ่นยนต์ดูดฝุ่นถูพื้นได้จาก Autobot Mini2 ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการหุ่นยนต์ถูพื้นใช้งานเฉพาะห้องหรือมีพื้นที่น้อย ตัวนี้จะแตกต่างกับรุ่นอื่นๆที่ได้รีวิวไปหรือกำลังจะรีวิต่อไปตรงที่รูปร่างและการใช้งานของมัน

ตัวหุ่นยนต์ไม่ใด้เป็นทรงกลมๆเหมือนหุ่นยนต์ดูดฝุ่นตัวอื่นๆ แต่จะออกแนวทรงสี่เหลี่ยมซะมากกว่า ข้อดีคือมันนจะช่วยให้เข้าถึงซอกมุมได้ดีกว่า 

ส่วนการใช้งานก็ค่อนข้างแตกต่างไปจากหุ่นยนต์อัจฉริยะเลย คือไม่ต้องใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่นให้ยุ่งยาก เพราะจะใช้รีโมทคอนโทรลแทน จึงเหมาะกับผู้สูงอายุที่อยากได้หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ยี่ห้อไหนดี

แต่ก็ยังมีโหมดให้ทำงานได้เลือกใช้ โดยคุณสามาถกดบังคับเองได้หรือจะเลือกโหมดออโต้เพื่อให้หุ่นยนต์ทำงานอัตโนมัติเอง นอกจากนี้มันยังมีระบบเดินสำเร็จรูปมาให้อีก นอกจากจะได้บ้านสะอาดแล้ว ยังได้บังคับเล่นช่วยสร้างกิจกรรมผ่อนคลายได้ด้วย

เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ถูพื้นได้เช่นกัน แต่มันจะใช้กระดาษทิชชู่เปียกหรือแผ่นทำความสะอาดในการถูพื้นแทนการเติมน้ำ ข้อดีคือหลังจากใช้งานคุณสามารถทิ้งกระดาษเปียกแล้วเปลี่ยนใหม่ได้เลย แต่ข้อเสียคือคุณจะต้องซื้อเปลี่ยนบ่อยๆ  

มันมีเซนเซอร์หลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวาง สามารถปีนป่ายได้ 5 มม. มีเลเซอร์ป้องกันการตกจากที่สูง อย่างไรก็ตามเรา แนะนำว่าพื้นบ้านควรค่อนข้างโล่งหน่อยจะทำให้ใช้งานได้ดีกว่าเยอะ

มีเสียงการทำงานอยู่ที่ 65 dB ซึ่งก็ถือว่าโอยู่ในระดับที่ดี สามารถรับได้ 

เห็นได้ชัดว่าถึงแม้มันจะไม่ได้ไฮเทค มีฟังก์ชั่นอัจฉริยะเหมือนรุ่นไฮเอนด์ แต่อย่างน้อยมันจะช่วยดูดฝุ่นบวกกับถูพื้นห้องได้ดีระดับนึงโดยที่ไม่ต้องใช้แรงกายเลยค่ะ

เหตุผลที่ควรซื้อ:

  • ใช้งานผ่านรีโมทคอนโทรล 
  • ราคาไม่แพง 
  • ใช้กับห้องเล็กๆ 
  • มีโหมดให้เลือกใช้ที่จำเป็น เช่น โหมดออโต้ ควบคุมเอง
  • ไม่ต้องเติมน้ำแต่ใช้ทิชชู่เปียกแทน 
  • มีเซนเซอร์กันตกและปีนป่าย ปีนได้สูงสุด 5 มม. 

4.หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Ecovacs DEEBOT T9

Ecovacs DEEBOT T9
ความจุของกล่องเก็บฝุ่น: 0.42 ล.
ขนาดของแบตเตอร์รี่:5,200 mAh
ประกัน: ตัวเครื่อง 2 ปี,แบตเตอรี่ 1 ปี

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นจาก Ecovacs ในรุ่น DEEBOT T9 สามารถถูพื้นได้ และเป็นอีกทางเลือกวิธีที่จะทำให้ห้องหอม เพราะมีแคปซูลกระจายความหอมอยู่นานถึง 60 วัน ถ้าไม่ต้องการสามารถปิดโหมดนี้ได้

เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัจฉริยะ ใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่น ECOVACS Home รองรับภาพ 2D และ 3D ที่ใช้งานง่าย ตรงไปตรงมา 

สแกนผังบ้านได้อย่างถูกต้องแม่นยำ พร้อมเทคโนโลยี TrueDetect 3D 2.0 ที่จะทำให้หุ่นยนต์ตรวจจับสิ่งกีดขวางแบบเรียลไทม์ได้เร็ว เพื่อหลีกหลี่ยงและป้องกันการชนหรือติดขัดที่ตามมาได้ ปีนป่ายขอบประตูได้สูงถึง 20 มม. มั่นใจได้ว่าหุ่นยนต์ดูดฝุ่นตัวนี้จะไม่บ๊องแน่นอน 

ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเทคโนโลยี OZMO™ Pro 2.0 สามารถดูดฝุ่นและขนสัตว์ได้ดีเยี่ยม รุ่นนี้ยังใช้งานร่วมกับสถานีทำความสะอาดอัตโนมัติแต่จะต้องซื้อเพิ่มเอง 

ถูพื้นแบบไม่ต้องเติมน้ำเพราะมันใช้ผ้าถูแบบใช้แล้วทิ้ง ช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งาน เอาเป็นว่าบ้านไหนที่กำลังมองหาหุ่นยนต์ดูดฝุ่นถูพื้นดีๆที่เหมาะกับพื้นแห้ง Ecovacs DEEBOT T9 เป็นตัวเลือกที่คุณไม่ควรพลาด 

เหตุผลที่ควรซื้อ:

  • ใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่น รองรับภาพ 2D และ 3D 
  • มีฟังก์ชั่นการสั่งงานที่หลากหลาย
  • สแกนผังบ้านและกำหนดทิศทางได้แม่นยำ 
  • มีเซนเซอร์กันตกและปีนป่าย ปีนได้สูงสุด 20 มม. 
  • มีระบบ AI สามารถกลับเข้าไปชาร์จเองได้อัตโนมัติ
  • เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ช่วยกระจายความหอม 

5.หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Mister Robot  HYBRID WIFI

Mister Robot  HYBRID WIFI
ความจุของกล่องเก็บฝุ่น:0.45 ล.
ความจุแท้งค์น้ำ:0.3 ล.
ขนาดของแบตเตอร์รี่:2,600 mAh
ประกัน:ตัวเครื่อง 1 ปี,แบตเตอรี่ 6 เดือน 

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นราคาประหยัด (ไม่ถึงหมื่นบาท) จาก Mister Robot ในรุ่น HYBRID WIFI ถูพื้นได้ ระบบแท้งค์น้ำแบบปั๊มลมซึ่งมีส่วนช่วยให้น้ำไหลอย่างมีประสิทธิภาพ 

พลังดูดอยู่ที่ 2,600 Pa สามารถดูดฝุ่นได้ดีเยี่ยม รวมไปถึงเศษผม ขนสัตว์ เพราะมีแปรงหลักที่มีแกนเป็นยางและมีขนแปรงที่จะช่วยดึงเศษผมจากพื้นได้อยู่หมัด 

เป็นรุ่นที่ใช้งานค่อนข้างเบสิคๆ ไม่รองรับการแสดงภาพจำลองของบ้าน ไม่ได้มีฟังก์ชั่นอัจฉริยะมากมาย แต่ครอบคลุมทิศทางการทำงานที่ต้องการได้ 

อย่างเช่น กำหนดให้หุ่นยนต์ทำความสะอาดตามพื้นที่ๆกำหนดโดยการเคลื่อนซ้ายขวาหน้าหลัง หรือจะกำหนดให้มันทำความสะอาดตามขอบผนังก็ได้เช่นกัน 

รวมไปถึงการตั้งเวลาการทำงานล่วงหน้า ทั้งนี้คุณสามารถใช้งานผ่านรีโมทคอนโทรลและแอปพลิเคชั่นตามความต้องการได้เลย ไม่ว่าจะอยู่ใกล้หรือไกลก็สั่งงานได้สบายๆ 

ทำงานเสียงค่อนข้างปกติ อยู่ที่ 56 dB ไม่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน เมื่อแบตเตอร์รี่ใกล้หมดมันจะกลับเข้าไปแท่นชาร์จเพื่อชาร์จเองอัตโนมัติ 

เจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้ยังมีเลเซอร์กันตกบันไดและกันชนด้วย แถมยังมีตัวกรองฝุ่น 3 ชั้น มั่นใจได้ว่ามันจะไม่เล็ดลอดลออกมาอีก นับว่าเป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ยี่ห้อไหนดี ราคาประหยัด คุ้มค่าโดนใจพ่อบ้านแม่บ้านแน่นอน 

เหตุผลที่ควรซื้อ:

  • ใช้งานได้ทั้งรีโมทคอนโทรลและแอปพลิเคชั่น
  • มีฟังก์ชั่นการทำงานที่ครอบคลุมให้เลือกใช้ 
  • มีเซนเซอร์กันตกและสามารถหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางได้ 
  • กลับไปชารจ์เองอัตโนมัติ 

6.หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Airbot A500 

Airbot A500 
ความจุของกล่องเก็บฝุ่น:0.55 ล.
ความจุแท้งค์น้ำ:0.2 ล.
ขนาดของแบตเตอร์รี่:2,600 mAh
ประกัน:1 ปี 

รีวิว Airbot ในรุ่น A500 ที่ได้หยิบขึ้นมารีวิวนั่นก็เพราะว่ามียอดขายสูงและมีผู้ใช้งานจริงยอมรับว่ามันใช้ได้ดีจริงๆ แถมยังเป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ยี่ห้อไหนดีราคาไม่ถึง 5,000 บาท

สิ่งที่เห็นได้ค่อนข้างชัดเจนนั่นก็คือดีไซน์รูปร่างของมันจะมีความเพรียวเล็ก โดยมันมีความสูงเพียง 8 ซม. ทำให้ตอบโจทย์บ้านไหนที่มีเฟอร์นิเจอร์เยอะๆ เพราะมั่นใจได้ว่ามันจะเข้าถึงทุกซอกทุกมุม

แรงดูดอยู่ที่ 2,500 Pa สามารถปัด กวาด ดูดฝุ่น พร้อมถูพื้นได้เลย ช่วยประหยัดเวลาได้เยอะ 

สามารถสั่งงานผ่านแอปพลิเคชั่นของ Airbot และ TUYA SMART ได้ และเป็นแอปที่เข้าใจง่ายตรงตัว เจ้าหุ่นยนต์ยังมีเลเซอร์ที่สำคัญๆอย่างเลเซอร์กันตกบันได 

ปีนป่ายสูงสุดที่ 2 ซม. พร้อมกับเลเซอร์กันชนจากสิ่งกีดขวางต่างๆพร้อมเปลี่ยนเส้นทางการเดินทางใหม่อยู่เสมอ ซึ่งต้องบอกว่ามันมีครบจริงๆ ในราคาเรทนี้

เหตุผลที่ควรซื้อ:

  • ใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่น 
  • มีเซนเซอร์จับสิ่งกีดขวาง กันตก และปีนได้สูงสุด 2 ซม. 
  • มีระบบ AI สามารถกลับเข้าไปชาร์จเองได้อัตโนมัติ
  • มีแผ่นกรอง HEPA
  • ราคาไม่แพง 

7.หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Xiaomi Mi Robot Vacuum Mop 2C

Xiaomi Mi Robot Vacuum Mop 2C
ความจุของกล่องเก็บฝุ่น:0.55 ล.
ความจุแท้งค์น้ำ:0.25 ล.
ขนาดของแบตเตอร์รี่:3,200 mAh 
ประกัน:1 เดือน

2C เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัจฉริยะ ถูพื้นได้ ที่ราคาไม่ถึงหมื่น แถมยังมาจากแบรนด์ดังอย่าง Xiaomi ที่ได้สร้างและพัฒนาสินค้าสมาร์ทโฮมออกมามากมายที่ดังๆเลย เช่นเครื่องกรองอากาศ 

โดยรุ่น 2C นี้มีแรงดูดอยู่ที่ 2,700 Pa แบตเยอะ ทำให้ใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนาน เมื่อแบตหมดมันจะกลับเข้าไปชาร์จเองโดยอัตโนมัติ ซึ่งค่อนข้างใกล้เคียงกับหุ่นยนต์ดูดฝุ่นระดับพรีเมียมๆ แถมยังมีราคาที่เบากระเป๋าลงมาอีกด้วย 

เจ้าโปรเซสเซอร์ตัวใหม่ ถูกพัฒนาเพิ่มทำให้มันจดจำได้แม่นยำมากกว่าเดิม สามารถจดจำและแยกห้องต่างๆออกได้ เลือกทำความสะอาดตามที่ต้องการได้เลย 

ตัวหุ่นยนต์มีความสูงเพียง 8.1 ซม. ช่วยให้เข้าถึงซอกมุม ใต้โต๊ะ เตียงและโซฟาได้ดีกว่าเดิม ที่สำคัญคือมันสามารถข้ามสิ่งกีดขวางได้ไม่เกิน 20 มม. ทำให้การทำงานได้อย่าลื่นไหล  

สรุปแล้วมันน่าใช้งานมากๆเลยค่ะ ด้วยคุณสมบัติที่ครบครันอีกทั้งจากแบรนด์เสี่ยวหมี่ แบรนด์สัญชาติจีนที่น่าไว้วางใจ หากคุณเป็นแฟนคลับของเสียวหมี่คงจะไม่พลาดนะ 

เหตุผลที่ควรซื้อ:

  • ใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่น 
  • มีเซนเซอร์จับสิ่งกีดขวาง กันตก และปีนได้สูงสุด 20 มม. 
  • มีระบบ AI สามารถกลับเข้าไปชาร์จเองได้อัตโนมัติ
  • ราคาไม่แพง 

8.หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Mister Robot Self Clean Laser 

Mister Robot Self Clean Laser 

ความจุของกล่องเก็บฝุ่น: 4.5 ล.

ขนาดของแบตเตอร์รี่: 5,200 mAh 

ประกัน: ตัวเครื่อง 1 ปี,แบตเตอรี่ 6 เดือน

ความจุของกล่องเก็บฝุ่น:4.5 ล.
ขนาดของแบตเตอร์รี่:5,200 mAh 
ประกัน: ตัวเครื่อง 1 ปี,แบตเตอรี่ 6 เดือน

กำลังมองหาหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่มาพร้อมกับแท่นทำความสะอาดอัตโนมัติอยู่หรือเปล่า? รุ่นนี้อาจจะถูกใจพ่อบ้านแม่บ้านหลายๆคน 

เพราะมีแรงดูดสูงที่สุดที่หุ่นยนต์ดูดฝุ่นเคยมีมาถึง 8,000 Pa มั่นใจได้เลยว่ามันจะช่วยทำความสะอาดพื้นบ้านของคุณได้อย่างเต็มกำลัง ประกอบด้วยถังเก็บฝุ่นจุขนาด 4.5 ล. จุได้นานแทบไม่ต้องทำอะไร 

ด้วยระบบเลเซอร์ 3D ช่วยสแกนพื้นที่ได้ทุกซอกทุกมุมอย่างแม่นยำ มีเลเซอร์กันตก กันชน ตัวแอปพลิเคชั่นของ Mister Robot หลายรีวิวบอกว่าค่อนข้างงงๆนิดหน่อยในการใช้งานครั้งแรก 

แต่หลังจากนั้นคุณจะต้องร้องว้าว เพราะมันสามารถทำงานได้หลายอย่าง มีภาพมองเห็นการทำงานอย่างเรียลไทม์ เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัจฉริยะที่ดีตัวหนึ่งเลยค่ะ 

เหตุผลที่ควรซื้อ:

  • ใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่น รองรับภาพ 2D
  • มีเซนเซอร์จับสิ่งกีดขวาง กันตก และปีนได้
  • มีระบบ AI สามารถกลับเข้าไปชาร์จเองได้อัตโนมัติ
  • มีแรงดูดพลังสูง
  • แท่นเก็บฝุ่นรองรับฝุ่นได้มากที่สุด 

ซื้อหุ่นยนต์ดูดฝุ่นดีไหม?

หากยังไม่แน่ใจว่าควรซื้อเจ้าหุ่นยนต์ดูดฝุ่นหรือไม่ ลองดูเหตุผลที่สำคัญข้างล่างก่อนว่าตรงกับความต้องการที่แท้จริงของคุณหรือเปล่า 

  • ช่วยประหยัดเวลา: ไม่ว่าคุณจะเป็นคนผมร่วงเยอะๆ หรือมีน้องหมาน้องแมวขนยาว ไม่มีเวลากวาดทุกวัน เจ้าหุ่นยนต์ดูดฝุ่นจะทำหน้าที่นี้แทนคุณเอง!
  • ช่วยทำความสะอาดพื้นบ้านได้ครอบคลุมและพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก: ไม่ว่าจะเป็นพื้นพรม ไม้ หรือกระเบื้อง ไม่ต้องก้มๆเงยๆ ให้ปวดหลังอีกต่อไปเมื่อมีหุ่นยนต์ดูดฝุ่น 
  • สะดวกใช้งานง่าย มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลายและตอบโจทย์: หุ่นยนต์ดูดฝุ่น เป็นอุปกรณ์อัจฉริยะที่ฉลาด บางรุ่นควบคุมการใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่นได้ทำให้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนคุณก็สั่งมันทำงานได้ 
  • ขนาดเล็กกระทัดรัด ไม่เปลืองพื้นที่: มีพื้นที่จำกัด? ไม่ต้องกังวลใจไป ไม่ว่าบ้านจะเล็กหรือใหญ่หุ่นยนต์ดูดฝุ่นก็จะไม่ไปรบกวนพื้นที่การใช้สอยมากเหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ แถมมันยังไม่มีสายไฟเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

หากเหตุผลเหล่านี้ตรงกับความต้องการของคุณ คำตอบคือต้องมีติดบ้านแล้วหล่ะ รับรองเลยว่ามันจะช่วยอำนวยความสะดวกได้มากเลยทีเดียวค่ะ 

สิ่งที่ควรพิจรณาในหุ่นยนต์ดูดฝุ่น (ข้อเสีย)

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นก็มีข้อเสียเหมือนกัน หากนี่เป็นตัวเลือกที่คุณกำลังตัดสินใจซื้อครั้งแรก เราอยากอ่านเหตุผลเหล่านี้เพื่อใช้ในการประกอบการตัดสินใจ 

  • ทำความสะอาดพื้นได้ไม่ดีเท่าเครื่องดูดฝุ่นอื่นๆ: แน่นอนว่ามันจะดูดฝุ่นได้ไม่เนี๊ยบเท่ากับคนทำเอง 
  • คาดเดาไม่ได้: ด้วยที่เป็นระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้เราคาดการณ์ไม่ได้ว่าเครื่องจะทำงานแบบไหน ติดตามขอบมุมหรือเปล่า และจะเสียเมื่อไหร่ 
  • ราคาสูง: เครื่องดูดฝุ่นประเภทนี้จะมีราคาที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับเครื่องดูดฝุ่นทั่วไป ยิ่งตัวที่มรคุณภาพดี วัสดุแข็งแรงก็จะยิ่งแพงขึ้นไป ประกอบกับเมื่อเครื่องเสียอาจจะมีค่าใช้จ่ายตามมา ดังนั้นประกันและบริการหลังการขายจึงสำคัญมากๆ 

วิธีการเลือกซื้อ

เลือกจากความจุของกล่องเก็บฝุ่น

โดยปกติแล้วเจ้าหุ่นยนต์ดูดฝุ่นสามารถดูดฝุ่นได้ครอบคลุม ไม่ว่าจะมีพื้นที่กว้างหรือแคบ อยู่บ้าน คอนโดหรือหอพักก็ใช้งานได้ 

สิ่งสำคัญคือความจุของถุงเก็บฝุ่น

หากถุงเก็บฝุ่นมีขนาดใหญ่จะทำให้เก็บฝุ่นได้มากกว่าถุงขนาดเล็ก ส่งผลให้คุณไม่จำเป็นต้องเททิ้งและทำความสะอาดอยู่บ่อยๆ  ทำให้มันดูดฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

ถ้าคุณไม่ชอบสิ่งนี้แล้วหล่ะก็ เราขอแนะนำให้เลือกหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่จุฝุ่นได้เยอะๆจะดีกว่า หรือเลือกหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่มีสถานีเก็บฝุ่นแยกอัตโนมัติทำความสะอาดอาทิตย์ละครั้งยังได้

เลือกหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่เคลื่อนที่ได้หลากหลาย

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ดีจะทำงานได้กับพื้นทุกประเภท 

ไม่ว่าจะเป็นพื้นกระเบื้อง ไม้และพรม สิ่งสำคัญคือมันจะต้องมีเทคโนโลยีที่ช่วยทำให้มันเคลื่อนที่ได้สะดวกหรือเลเซอร์ กรณีที่จะต้องเดินไปใกล้พื้นที่ต่างระดับหรือพื้นที่ๆแตกต่างกัน 

บ้านไหนใช้พื้นกระเบื้องบ้านติฟูลขอแนะนำเลือกซื้อหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ถูพื้นได้ในตัวไปเลยก็ดีค่ะ เพราะมันทำได้ทั้งดูดฝุ่นและถูพื้นไปด้วยไม่จำเป็นต้องกลับมาถูบ้านเองอีก 

เลือกหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่มีฟังก์ชั่นอัจฉริยะ 

ฟังก์ชั่นอัจฉริยะอาจฟังดูกว้างไป บ้านติฟูลเลยนำเอา Smart ฟังชั่นเบสิคๆที่น่ามีในหุ่นยนต์ดูดฝุ่นมาให้พิจรณาแล้วว่าแบบไหนที่จำเป็นและเหมาะกับบ้านมากที่สุด 

  • สแกนแผนผังของบ้านได้: หุ่นยนต์ดูดฝุ่นจะต้องสแกนแผนผังของพื้นที่อยู่อาศัย เพื่อเป็นระบบนำทางในการดูดฝุ่น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโมเดลนั้นๆว่าเทคโนโลยีและเทคนิคของมันจะสามารถสแกนได้ดีขนาดไหน 
  • สามารถตรวจจับสิ่งกัดขวางได้เพื่อกำหนดทางเดินใหม่: มันจะมีประโยชน์อะไร ถ้ามันติดตามขาโต๊ะ โซฟาจนแบตเตอร์รี่หมดและแทบจะไม่ได้ดูดฝุ่นเลย ดังนั้นควรมองหาเครื่องดูดฝุ่นที่ตรวจจับสิ่งกีดขวางได้เพื่อกำหนดทิศทางใหม่ได้ 
  • มีเทคโนโลยีที่ปีนป่ายในพื้นที่ต่างระดับได้: หุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ปีนป่ายได้หรือมีเลเซอร์ตรวจจับความสูงของพื้น จะช่วยทำให้การเคลื่อนที่ได้มีประสิทธิภาพมากกว่าในพื้นที่มีระดับแตกต่างกันรวมไปถึงป้องกันไม่ให้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นตกจากที่สูงด้วย 
  • การใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่น: หุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่สามารถควบคุมผ่านแอปพลิเคชั่นได้จะช่วยทำให้มีตัวเลือกในการตั้งค่า เพื่อที่ใช้งานมากขึ้นตามรูปแบบที่ต้องการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่นนั้นๆ เช่น ตั้งค่าโซนเฉพาะในการดูดฝุ่น รวมไปถึงการสั่งงานด้วยเสียง เป็นต้น

เลือกเครื่องดูดฝุ่นที่มีแบตเตอรี่อยู่ได้นาน 

ส่วนนี้ไม่ได้สำคัญเสมอไป แต่มันจะช่วยให้มันดูดฝุ่นทำความสะอาดได้อย่างต่อเนื่องในระยะเวลายาวนานกรณีที่บ้านมีพื้นที่กว้าง 

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นบางรุ่นที่มีสเตชั่นหรือสถานีชาร์จแบต มันจะจะกลับเข้าไปชาร์จเองโดยอัตโนมัติแล้วกลับออกมาทำความสะอาดต่อได้เองซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกสบายได้อีกระดับนึงเลยค่ะ 

เลือกเครื่องดูดฝุ่นที่ไม่เสียงดังรบกวนใจ 

คงไม่มีใครหรอกที่จะอยากฟังเสียงหุ่นยนต์ดูดฝุ่นทำงานขณะที่กำลังดูหนังเพลินๆ นอนหลับสบายๆอยู่บนเตียง ฟังดูแล้วมันน่ารำคาญอยู่พอสมควร

บ้านติฟูลขอแนะนำให้เลือกซื้อหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ชูในเรื่องของเสียงการทำงาน(ดูได้เบื้องต้นจากคุณสมบัติของหุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่นนั้นๆ) ยิ่งทำงานเสียงเบา ยิ่งจะดีมาก 

ประกันและบริการหลังการขาย 

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นราคาค่อนข้างสูงและเราไม่สามารถคาดการณ์ระบบการทำงานของมันได้ แนะนำให้เลือกซื้อเครื่องดูดฝุ่น ยี่ห้อไหนดี ที่มีประกันและบริการหลังการขายที่น่าเชื่อถือ ซึ่งบ้านติฟูลได้คัดเลือกมาในรีวิวข้างบนแล้ว