10 อันดับเครื่องชงกาแฟยี่ห้อไหนดีที่สุด ของปี 2023

มีเครื่องชงกาแฟไว้ติดบ้านเพื่อที่จะทำให้ได้ดื่มกาแฟทดแทนการออกไปซื้อที่ร้านแน่นอน โดยเฉลี่ยเเล้วประหยัดกว่าด้วยหากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาเครื่องชงกาแฟ ยี่ห้อไหนดีที่สุด ไว้ใช้ที่บ้านของปีนี้อยู่แล้วหล่ะก็ บทความของเราได้นำทั้ง 10 อันดับยอดนิยมมารีวิวเพื่อเป็นไอเดียในการตัดสินใจ ตามไปอ่านกันเลยค่า

ยาวไปไม่อ่าน งั้นเราสรุปให้!

เครื่องชงกาแฟแคปซูลที่ดีที่สุด
เครื่องชงกาแฟสดที่มีความคุ้มค่าที่สุด 
หม้อต้มกาแฟที่ดีที่สุด
เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติที่ดีที่สุด 
ครื่องชงกาแฟดริปไฟฟ้าที่ดีที่สุด 
เครื่องชงกาแฟแคปซูลตัวท็อป
เครื่องชงกาแฟดริปไฟฟ้าราคาถูก
หม้อต้มกาแฟสแตนเลสแนะนำ
เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ราคาไม่แพง
เครื่องชงกาแฟอัตโมัติสุดไฮเทค
เครื่องชงกาแฟแคปซูลที่ดีที่สุด
เครื่องชงกาแฟสดที่มีความคุ้มค่าที่สุด 
หม้อต้มกาแฟที่ดีที่สุด
เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติที่ดีที่สุด 
ครื่องชงกาแฟดริปไฟฟ้าที่ดีที่สุด 
เครื่องชงกาแฟแคปซูลตัวท็อป
เครื่องชงกาแฟดริปไฟฟ้าราคาถูก
หม้อต้มกาแฟสแตนเลสแนะนำ
เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ราคาไม่แพง
เครื่องชงกาแฟอัตโมัติสุดไฮเทค

10 อันดับเครื่องชงกาแฟ

1.Nescafe Dolce Gusto รุ่น Genio S plus

Nescafe Dolce Gusto GenioSplus เครื่องชงกาแฟยี่ห้อไหนดี

ขนาด: 11x27x29 ซม.

แรงดันน้ำ: 15 บาร์

ความจุของถังน้ำ: 800 มล.

ในส่วนของถ้วยกาแฟแคปซูลจากแบรนด์ยังมีเมนูให้เลือกซื้อมากมาย ไม่ว่าคุณจะชอบเอสเพรสโซ่เข้มๆ หรือกาแฟผสมนมอย่างลาเต้ เพียงเเค่ใส่ถ้วยแคปซูลลงไปในเครื่องแล้วกดปุ่มทำงาน ไม่มีสตีมฟองนมให้ยุ่งยากช่วยประหยัดเวลาได้เยอะมากขอบอก และถ้าคุณเป็นแฟนตัวยงของ Starbuck ถ้วยแคปซูลของเขาก็ใช้ร่วมกันได้นะ 

การใช้เครื่องชงกาแฟแคปซูลเป็นอะไรที่ง่ายและสะดวกโดยเลือกได้ตั้งแต่การปรับอุณหภูมิซึ่งมี 4 ระดับ จากนั้นเลือกระดับน้ำที่ต้องการ มีให้เลือกระดับ 7 บวกระดับ XL ซึ่งเหมาะกับคนชอบดื่มกาแฟแก้วใหญ่ปริมาณมากถึง 300 มล. ทั้งหมดนี้ใช้งานเพียงเเค่กดปุ่มประกอบกับวงแหวนสัญญาณไฟ LED ที่เข้าใจได้ง่าย

ที่สำคัญรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับฟังก์ชั่นพิเศษเจ๋งๆมากมาย ได้แก่ Espresso Boots เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความเข้มข้นและหอมอโรม่า, ฟังก์ชั่นกำจัดคราบตะกรันพร้อมระบบเตือน และฟังก์ชั่น Eco ที่จะหยุดการทำงานอัตโนมัติหากไม่ใช้งานใน 1 น.

เครื่องชงกาแฟแคปซูลที่ดีที่สุด
Nescafe Dolce Gusto GenioSplus
5.0

เหมาะกับ: ผู้ที่ต้องการกาแฟพร้อมดื่มทั้งเมนูร้อนและเย็นครอบคลุมหลายประเภทและไม่ต้องมีขั้นตอนเยอะ แต่ยังชงกาแฟได้ออกมาอร่อยเหมือนมีบาริสต้าชงให้ 

Pros:
  • ขนาดกระทัดรัด ใช้งานง่าย
  • ใช้งานผ่านปุ่มกดและวงแหวน LED
  • ใช้ชงเมนูหลากหลาย,สามารถใช้กับแคปซูลของ Starbuck
  • เลือกระดับน้ำได้ 7 ระดับ
  • เลือกอุณหภูมิได้ 4 ระดับ (ได้ทั้งเครื่องดื่มร้อนและเย็น)
  • มีฟังก์ชั่นชงกาแฟขนาด XL
  • มีฟังก์ชั่นทำความสะอาดคราบตะกรัน
  • มีระบบ Eco ประหยัดพลังงาน
Cons:
  • ราคาค่อนข้างสูง
  • ชงได้เฉพาะต่อแก้ว
ซื้อได้ที่ Lazada ซื้อได้ที่ Shopee
We earn a commission if you make a purchase, at no additional cost to you.

2.Duchess รุ่น CM3000B

Duchess CM3000B

ขนาด: 19x27x29 ซม.

แรงดันน้ำ: 15 บาร์

ความจุของถังน้ำ: 1,500 มล.

ถ้าคุณชื่นชอบการชงกาแฟสด เราขอแนะนำ Duchess CM3000B เป็นรุ่นขนาดเล็กใช้แรงดันนำ้ 15 บาร์ แต่ก็เพียงพอต่อการชงกาแฟสดที่บ้านได้อร่อยและคุณภาพไม่แพ้กัน มันยังใช้ทำเมนูเครื่องดื่มร้อนอย่างอื่นได้ เช่นชาไทย หรือนมช็อคโกแลตเนื่องจากมันมีก้านสตีมนมให้ใช้งานด้วยค่ะ  

สิ่งโดดเด่นของมันคือระบบการใช้งานที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน มีรูปภาพประกอบที่ตัวเครื่องชัดเจน เพียงแค่กดสวิตซ์เปิดเครื่อง จากนั้นกดสวิตซ์โหมดการทำงาน มี 2 โหมดคือชงกาแฟและสตีมนม จากนั้นรอสัญญาณไฟหยุดนิ่ง แล้วหมุนปุ่มด้านข้างตามรูปโหมดที่ใช้งานเพื่อให้เครื่องเริ่มทำงานได้ หลังจากนั้นคุณก็จะได้กาแฟภายในเวลาอันรวดเร็ว แต่โหมดสตีมนมอาจใช้เวลาเล็กน้อยเพราะเป็นรุ่นเล็ก 

เครื่องชงกาแฟสดที่มีความคุ้มค่าที่สุด 
Duchess CM3000B
4.8

เหมาะกับ: ผู้ที่กำลังมองหาเครื่อชงกาแฟเอสเพรสโซ่ ขนาดเล็กไว้ใช้งานที่บ้าน ราคาไม่แพง สามารถสตีมนมและทำเมนูร้อนอื่นๆได้ 

Pros:
  • เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่เบสิค
  • สตีมนมได้
  • ใช้งานง่าย ขั้นตอนน้อย ผ่านปุ่มกดและปุ่มหมุน
  • ขนาดเล็กกระทัดรัด
Cons:
  • ไม่มีฟังก์ชั่นให้เลือกในการใช้งานมาก
  • ไม่สามารถชงกาแฟและสตีมนมได้พร้อมกัน
ซื้อได้ที่ Lazada ซื้อได้ที่ Shopee
We earn a commission if you make a purchase, at no additional cost to you.

3.Bialetti รุ่น Brikka

Bialetti Moka Pot 4 cup Brikka

ขนาด: 12x16x21.5 ซม.

ความจุ: 4 ถ้วยหรือ 180 มล.

หากคุณชอบกาแฟเอสเพรสโซ่เข้มข้น หม้อต้มกาแฟมอคค่าพอทจาก Bialetti รุ่น Brikka แบบดั้งเดิมของอิตาลีคือตัวเลือกที่เราขอแนะนำมากที่สุด เพราะเป็นแบรนด์ดัง มีมาตรฐาน จุดเด่นของตัวนี้คือหัววาวล์แบบใหม่จากรุ่นเดิมที่จะทำให้ได้ครีม่าและกาแฟเยอะมากยิ่งขึ้น 

นอกจากจะเอาไว้ใช้งานที่บ้านแล้วมันยังพกพาไปยังสถานที่ต่างๆกับคุณได้เนื่องจากมันทำมาจากอลูมิเนียม ขนาดเล็ก แต่ต้องใช้กับแหล่งกำเนิดความร้อนอย่างเตาแก๊ส เตาไฟฟ้า เตาเซรามิกเท่านั้น โดยใช้เวลาประมาณ 6-7 น. จึงจะได้กาแฟเอสเพรสโซ่สุดเข้มข้น

หม้อต้มกาแฟที่ดีที่สุด
Bialetti Brikka
4.9

เหมาะกับ: ผู้ที่ชอบกื่มกาแฟเอสเพรสโซ่เข้มข้นแบบมีครีม่าเยอะ พกพาได้ จัดเก็บสะดวก มีไลฟ์สไตล์ไม่เร่งรีบ 

Pros:
  • ได้กาแฟเอสเพรสโซ่อย่างแท้จริง
  • ชงได้หลายแก้ว
  • ใช้งานง่าย
  • ใช้กับเตาแก๊ส เตาไฟฟ้าและเตาเซรามิกได้
Cons:
  • ไม่สามารถใช้กับเตาแม่เหล็กไฟฟ้า
  • ใช้เวลาทำงานค่อนข้างนาน
ซื้อได้ที่ Lazada ซื้อได้ที่ Shopee
We earn a commission if you make a purchase, at no additional cost to you.

4.Philips รุ่น LatteGO Full Automatic Espresso Machine 5400 Series

Philips LatteGO Full Automatic Espresso Machine

ขนาด: 24.6×37.2×43.3 ซม.

แรงดันน้ำ: 15 บาร์

ความจุของถังน้ำ: 1,800 มล.

ความจุของถังนม: 260 มล.

ความจุของโถใส่เมล็ดกาแฟ: 275 ก.

Philips LatteGO ซีรีย์ 5400 เป็นเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติที่น่าใช้งานมากๆเลยค่ะ เนื่องจากมีฟังก์ชั่นการใช้งานครบครันสำหรับใช้งานที่บ้านกับครอบครัว โดยเฉพาะครอบครัวขนาดใหญ่ที่มีจำนวนสมาชิกเยอะ ต้องการเมนูเครื่องดื่มที่ตอบโจทย์ครอบคลุมแทบทุกเมนู เน้นความสะดวกรวดเร็วแต่ยังสามารถเลือกการตั้งค่าเฉพาะบุคคลได้ เจ้าเครื่องนี้ยังมีฟังก์ชั่นบันทึกเครื่องดื่มบุคคลได้ ทำให้มันตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันมากๆค่ะ 

การใช้งานก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพียงแค่กดเลือกผ่านหน้าจอระบบสัมผัสที่มีรูปโปรแกรมการใช้งานรวมถึงเมนูเครื่องดื่มทั้งร้อนและเย็นให้เลือกมากถึง 12 เมนู แล้วยังเลือกการปรับตั้งค่าอย่างความเข้มของกาแฟ, ระดับน้ำ,เพิ่มช็อตและเพิ่มปริมาณนม 

แน่นอนว่าเครื่องชงกาแฟระบบอัตโนมัติมาพร้อมกับโถจุเมล็ดกาแฟ สามารถบดกาแฟในตัว ทำให้ช่วยลดต้นทุนในการซื้ออุปกรณ์เสริมอื่นๆ ขอเพียงแค่กาแฟเมล็ดดีๆ เท่านั้นคุณก็จะได้กาแฟที่อร่อยแน่นอน ถึงแม้อาจไม่ดีเท่ากับเครื่องชงเอสเพรสโซ่แต่ด้วยเรื่องระบบการใช้งาน ก็สะดวกกว่าเห็นๆ 

เครื่องชงกาแฟระบบอัตโนมัติของ Philips รุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้มีระบบการทำความสะอาดที่ง่าย ถาดรองน้ำและกล่อง LatteGo ใส่นม สามารถนำเข้ากับเครื่องล้างจานได้ มันยังมีระบบล้างทำความสะอาดอัตโนมัติให้เลือกใช้งานมากมายด้วย  

เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติที่ดีที่สุด 
Philips LatteGO Full Automatic Espresso Machine
4.9

เหมาะกับ: ครอบครัวขนาดใหญ่ เน้นความสะดวกรวดเร็วและการใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ

Pros:
  • เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ ขนาดกระทัดรัด
  • ทำกาแฟและเมนูร้อนเย็นได้หลากหลาย
  • ใช้งานผ่านหน้าจอระบบสัมผัส
  • ใช้งานง่าย สะดวก
  • สตีมฟองนมได้
  • มีโถจุเมล็ดกาแฟ
  • มีโถจุนม
  • บดกาแฟได้ในตัว
  • สามารถเลือกการตั้งค่าตามความชอบเฉพาะบุคคลได้
  • มีระบบล้างทำความสะอาดอัตโนมัติ
Cons:
  • ราคาสูง
  • ทำงานเสียงดัง
  • โฟมนมตีไม่เนียนเท่าไหร่
ซื้อได้ที่ Lazada ซื้อได้ที่ Shopee
We earn a commission if you make a purchase, at no additional cost to you.

5.Electrolux รุ่น E5CM1-80ST

Electrolux E5CM1-80ST

ขนาด: 17.4×24.7×33.8 ซม.

ความจุของเหยือกแก้ว: 1,250 มล.

เครื่องชงกาแฟดริปไฟฟ้า เป็นอีกหนึ่งในเครื่องชงกาแฟยี่ห้อไหนดีที่ขอแนะนำหากคุณเน้นดื่มกาแฟดำ และยังได้ปริมาณเยอะเหยือกหนึ่งได้กาแฟร้อนมากถึง 10 แก้วเพียงพอต่อการใช้งานภายในครัวเรือนแน่นอนค่ะ และมันยังมีราคาประหยัดกว่าเมื่อเทียบกับเครื่องชงกาแฟแบบอื่นอีกด้วย 

โดย Electrolux รุ่น E5CM1-80ST เป็นตัวเลือกที่น่าใช้งานมากๆ เพราะเป็นแบรนด์คุณภาพที่น่าเชื่อถือ มันยังมีฟังก์ชั่นให้เลือกใช้งานอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชั่นการตั้งเวลาล่วงหน้า 24 ชม. ช่วยทำให้คุณมีกาแฟพร้อมดื่มตลอดเวลาไม่ว่าจะยุ่งแค่ไหน 

มีฟังก์ชั่นเพิ่มความเข้มข้นของกาแฟเอาใจสายรักกาแฟเข้มโดยเฉพาะ อีกทั้งยังมีระบบรักษาอุณหภูมิที่เหมาะสม ช่วยให้เครื่องดื่มของคุณอุ่นตลอดนานถึง 40 น.จากนั้นมันนจะปิดอัตโนมัติ ที่สำคัญมันยังมีระบบแจ้งเตือนการทำความสะอาดคราบตะกรัน นับได้ว่าเจ้า E5CM1-80ST ตัวนี้คุ้มค่าตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้ดีเลยทีเดียวค่ะ   

ครื่องชงกาแฟดริปไฟฟ้าที่ดีที่สุด 
Electrolux E5CM1-80ST
4.8

เหมาะกับ: ครอบครัวขนาดใหญ่หรือสำหรับคนที่เน้นปริมาณและการคงรสชาติพร้อมดื่มตลอดเวลาในงบที่ไม่แพง  

Pros:
  • ขนาดกระทัดรัด
  • ได้ปริมาณมาก
  • ใช้เวลาทำงานน้อย
  • รักษาอุณหภูมิที่เหมาะสม
  • มีปุ่มอโรม่า
  • ตั้งเวลาล่วงหน้าได้
  • มีระบบทำความสะอาด
  • กรวยกรองล้างทำความสะอาดได้
Cons:
  • ไม่สามารถปรับค่าเฉพาะส่วนบุคคลได้
  • ไม่มีสตีมนม
ซื้อได้ที่ Lazada ซื้อได้ที่ Shopee
We earn a commission if you make a purchase, at no additional cost to you.

6.Nespresso รุ่น Pixie

Nespresso Pixie

ขนาด: 11.1×32.6×23.5 ซม.

แรงดันน้ำ: 19 บาร์

ความจุของถังน้ำ: 700 มล.

Nespresso Pixie เป็นเครื่องชงกาแฟแคปซูลยอดนิยมแบบเบสิคๆ ที่ขอแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการชงกาแฟเอสเพรสโซ่และกาแฟลุงโก้โดยเฉพาะ ด้วยแรงดันน้ำ 19 บาร์จะช่วยชงกาแฟได้รสชาติที่หอม เข้มข้นและได้ครีม่าหนาๆ ประกอบการใช้งานที่เรียบง่าย 

เพียงแค่กดปุ่มเลือกประเภทกาแฟที่ต้องการชง(ลุงโก้หรือเอสเพรสโซ่) แล้วใส่แคปซูลลงไปในช่อง ปิดฝาแล้วกดปุ่มซำ้เพื่อทำงาน เพียงเท่านี้คุณก็จะได้กาแฟดำอร่อยๆดื่มภายในเวลาไม่ถึงนาที นับว่าเป็นตัวเลือกที่ดีเลยค่ะถ้าหากคุณมีเวลาจำกัด จากนั้นแคปซูลจะถูกเก็บไปยังกล่องทิ้งที่ด้านหลังถอดออกเพื่อทิ้งได้สะดวก หากไม่ใช้งานภายใน 9 น.เครื่องจะทำการหยุดทำงานอัตโนมัติเพื่อช่วยประหยัดพลังงาน 

เครื่องชงกาแฟแคปซูลตัวท็อป
Nespresso Pixie
4.9

เหมาะกับ: ผู้ที่มองหาเครื่องชงกาแฟแคปซูลแบบเบสิค เน้นความรวดเร็วไม่เลอะเปื้อน และชื่นชอบกาแฟเอสเพรสโซ่และกาแฟลุงโก้เป็นพิเศษ 

Pros:
  • ขนาดกระทัดรัด ใช้งานง่าย
  • ใช้เวลาทำงานรวดเร็ว
  • มีระบบตัดการทำงานอัตโนมัติ
  • มีกล่องทิ้งแคปซูล
Cons:
  • ราคาค่อนข้างสูง
  • ไม่สามารถเลือกการตั้งค่าส่วนบุคคลได้
  • ไม่มีสตีมนม
ซื้อได้ที่ Lazada ซื้อได้ที่ Shopee
We earn a commission if you make a purchase, at no additional cost to you.

7.Boncafe รุ่น SB-CM6632

Boncafe SB-CM6632

ขนาด: – 

ความจุของเหยือกแก้ว: 600 มล.

เครื่องชงกาแฟยี่ห้อไหนดีตัวต่อมา เน้นการใช้งานที่ง่ายและได้ปริมาณเยอะต่อการชง 1 ครั้ง หม้อต้มกาแฟจาก Boncafe รุ่น SB-CM6632 เป็นตัวเลือกที่แนะนำ เหมาะกับการใช้งานที่บ้านกับครอบครัว เพราะสามารถใช้ดื่มสำหรับ 4-6 แก้ว เมื่อปิดเครื่องกาต้มกาแฟยังจะอุ่นกาแฟให้ 10 น. 

เครื่องชงกาแฟดริปไฟฟ้าราคาถูก
Boncafe SB-CM6632
4.7

เหมาะกับ: ผู้ที่ต้องการชงกาแฟดำพร้อมดื่มในปริมาณเยอะ 

Pros:
  • ขนาดกระทัดรัด
  • ได้ปริมาณมาก
  • ใช้เวลาทำงานน้อย
  • รักษาอุณหภูมิที่เหมาะสม
Cons:
  • ไม่สามารถปรับค่าเฉพาะส่วนบุคคลได้
  • ไม่มีสตีมนม
ซื้อได้ที่ Lazada ซื้อได้ที่ Shopee
We earn a commission if you make a purchase, at no additional cost to you.

8.Bialetti รุ่น Venus

Bialetti Venus

ขนาด: 11×13.5×21 ซม.

ความจุ:  6 ถ้วยหรือ 235 มล.

หม้อต้มกาแฟดำสุดคลาสิคจาก Bialetti รุ่น Venus มีรูปทรงคล้ายกับกาต้มน้ำทำจากสแตนเลส เป็นอีกหนึ่งตัวที่น่าสนใจหากคุณต้องการหม้อต้มกาแฟที่ใช้งานแบบคลาสสิค เพื่อใช้งานกับเตาที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นเตาแก๊ส เตาไฟฟ้า เตาเซรามิกหรือเตาอินดักชั่น 

ให้กาแฟปริมาณมากสำหรับครอบครัว แต่กาแฟที่ได้จะมีตัวครีม่าไม่มากเท่ากับแบรนด์เดียวกันที่ได้แนะนำไปก่อนหน้า แต่ก็ตอบโจทย์ในการชงกาแฟทานที่บ้านที่ยังให้รสชาติเข้มเข้นหรือเอาไปผสมนมเพื่อทำเมนูได้ตามความชอบส่วนตัว 

หม้อต้มกาแฟสแตนเลสแนะนำ
Bialetti Venus
4.7

เหมาะกับ: ผู้ที่ชอบกาแฟดำ เน้นใช้งานเบสิคและสามารถชงปริมาณเยอะ ที่สำคัญคือไม่รีบร้อน 

Pros:
  • ได้กาแฟดำรสชาติเข้มข้น
  • ชงได้หลายแก้ว
  • ใช้งานง่าย
  • ใช้กับเตาได้หลากหลายประเภท
Cons:
  • ใช้เวลาทำงานค่อนข้างนาน
  • ครีม่าน้อย
ซื้อได้ที่ Lazada ซื้อได้ที่ Shopee
We earn a commission if you make a purchase, at no additional cost to you.

9.Duchess รุ่น CM4200

Duchess CM4200

ขนาด: 16x28x20 ซม.

แรงดันน้ำ: 15 บาร์

ความจุของถังน้ำ: 1,500 ล.

เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่อีกรุ่นจาก Duchess ที่น่าใช้งาน ตอบโจทย์กับการชงกาแฟที่บ้าน เพราะสามารถชงกาแฟได้รสชาติเข้มข้น กาแฟเอสเพรสโซ่ให้ครีม่าเป็นชั้นที่สวยงาม นำไปทำเมนูกาแฟร้อนและเย็นได้จบที่เครื่องเดียว รุ่นนี้มีลักษณะการใช้งานไม่ต่างกับรุ่นก่อนหน้าที่เราได้รีวิวไป 

คุณสามารถใช้งานได้ง่ายผ่านการสังเกตุรูปประกอบบนตัวเครื่อง จุดที่แตกต่างดูเหมือนจะเป็นดีไซน์ที่มีความคลาสสิคมากกว่า โดยมันมีหน้าปัดบอกอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานแต่ละประเภท ได้แก่การชงกาแฟ การสตีมนม และน้ำร้อน 

เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ราคาไม่แพง
Duchess CM4200
4.8

เหมาะกับ: ผู้ที่กำลังมองหาเครื่อชงกาแฟเอสเพรสโซ่ ขนาดเล็กไว้ใช้งานที่บ้าน ราคาไม่แพง สามารถสตีมนมและทำเมนูร้อนอื่นๆได้ 

Pros:
  • เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่เบสิค
  • สตีมนมได้
  • ใช้งานง่าย ขั้นตอนน้อย ผ่านปุ่มกดและปุ่มหมุน
  • ขนาดเล็กกระทัดรัด
  • มีหน้าปัดบอกอุณหภูมิ
Cons:
  • ไม่มีฟังก์ชั่นให้เลือกในการใช้งานมาก
  • ไม่สามารถชงกาแฟและสตีมนมได้พร้อมกัน
ซื้อได้ที่ Lazada ซื้อได้ที่ Shopee
We earn a commission if you make a purchase, at no additional cost to you.

10.ULKA รุ่น S72 Home

ULKA S72 Home

ขนาด: 24×33.5×44 ซม.

แรงดันน้ำ: 19 บาร์

ความจุของถังน้ำ: 1,700 มล.

ความจุของถังนม: ล.

ความจุของโถใส่เมล็ดกาแฟ: 250 ก.

เครื่องชงกาแฟแบบอัตโนมัติสุดไฮเทคจาก Ulka ที่ถูกสร้างขึ้นมาให้เหมาะกับการใช้งานภายในบ้านแต่การใช้งานคุณภาพอร่อยเหมือนใช้เครื่องชงเอสเพรสโซ่ ใช้งานง่าย สะดวก ตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่ต้องการกาแฟอร่อยโดยไม่ต้องต่อคิวซื้อที่ร้านทุกเช้า  

เครื่องชงกาแฟประเภทนี้จะมีราคาค่อนข้างสูงกว่าแบบอื่นๆ แต่เนื่องจากเขาอำนวยความสะดวกสบายมาก จึงแทบจะไม่ต้องทำอะไรเลย เพียงแค่กดปุ่มสั่งกาแฟที่ต้องการผ่านหน้าจอสัมผัส LED เพียง 1 ปุ่มคุณก็จะได้กาแฟตามที่ต้องการแล้ว กดเลือกปรับเปลี่ยนการตั้งค่ายิบย่อยได้ อย่างเช่น ระดับความละเอียดของเมล็ดกาแฟ ปริมาณนม หรือกาแฟที่ต้องการ จะทำให้ได้กาแฟที่มีรสชาติถูกใจมากที่สุดโดยวิธีที่ง่ายที่สุดนั่นเองค่ะ  

ท่อสตรีมฟองนม ไม่มีกล่องใส่นมมาให้ ข้อดีของมันคือช่วยหมดกังวลว่านมจะบูดตอนไหน เพียงแค่ต่อสายกับขวดนมเครื่องก็ทำงานแล้ว ที่เด็ดคือฟองนมละเอียดนุ่ม ทางแบรนด์เคลมว่าสามารถทำลาเต้อาร์ตได้ ตัวหัวชง หัวสตีมนม และหัวน้ำร้อนทำงานแยกอิสระต่อกัน จึงสามารถใช้งานได้อย่างไม่ต้องกังวล อีกทั้งมีระบบแจ้งเตือนหากกากกาแฟเต็ม 

เครื่องชงกาแฟอัตโมัติสุดไฮเทค
ULKA S72 Home
4.8

เหมาะกับ: คนที่ต้องการเมนูกาแฟดื่มที่หลากหลาย ไม่ต้องลงแรงมาก เน้นตีฟองนมเนียนและมีงบถึง

Pros:
  • ทำกาแฟและเมนูร้อนเย็นได้หลากหลาย
  • ใช้งานผ่านหน้าจอระบบสัมผัส
  • ใช้งานง่าย สะดวก
  • สตีมฟองนมได้ละเอียด
  • มีโถจุเมล็ดกาแฟ
  • มีโถจุนม
  • บดกาแฟได้ในตัว
  • สามารถเลือกการตั้งค่าตามความชอบเฉพาะบุคคลได้
  • หัวจ่ายทำงานอิสระ
Cons:
  • ไม่มีถังเก็บนม
  • ราคาสูง
ซื้อได้ที่ Lazada ซื้อได้ที่ Shopee
We earn a commission if you make a purchase, at no additional cost to you.

เครื่องชงกาแฟแบบไหนดีสำหรับใช้ที่บ้าน 

แน่นอนว่าหลายๆคนที่กำลังอ่านถึงจุดนี้กำลังมองหาเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติหรือเครื่องชงกาแฟไฟฟ้าไว้ที่บ้านไม่ว่าจะสำหรับคนเดียวหรือหลายคน การมีเครื่องชงกาแฟไว้ติดบ้านสักเครื่องก็ช่วยอำนวยความสะดวกให้คุณได้อย่างดีและมันยังช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อีกเพียบเมื่อเทียบกับซื้อกาแฟจากคาเฟ่ในทุกๆวัน 

เครื่องชงกาแฟไฟฟ้ามีหลากหลายประเภทให้เลือกซื้อ ซึ่งแต่ละแบบก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ถ้ายังไม่มีเครื่องชงกาแฟในใจ ลองดูประเภทเครื่องชงกาแฟข้างล่างนี้เพื่อเป็นไอเดียในการตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟยี่ห้อไหนดี ไว้ติดบ้านกันก่อนได้นะ 

เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ (Espresso Machine)

การชงกาแฟจากเครื่องชงประเภทนี้จะต้องพิถีพิถันและใส่ใจในกระบวนการทำงานเป็นอย่างมากจึงจะได้กาแฟที่มีรสชาติแม่นยำ เพราะคุณจะเป็นผู้กำหนดทิศทางเอง ตั้งแต่การบดเมล็ดกาแฟ การอัดกาแฟในถ้วยกรองกาแฟ ไปจนถึงการเลือกอุณหภูมิที่เหมาะสม 

ดังนั้นหากคุณต้องการซื้อเครื่องชงกาแฟ Espresso ไว้ติดบ้าน ต้องมั่นใจว่าคุณไม่รีบและต้องการพิถีพิถัน สนุกไปกับการชงกาแฟหลากหลายสไตล์ ผลลัพทธ์คือคุณจะได้ดื่มด่ำกับรสชาติของเอสเปรสโซ่ถึงขั้นสุด

และยังเข้าถึงการชงกาแฟที่หลากหลายทั้งอเมริกาโน่ ลาเต้ มอคค่า และคาปูชิโน่จึงตอบโจทย์กับทุกคนในครอบครัว เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ดีๆมักมีราคาสูง แต่แน่นอนว่ามันจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้เยอะมากเลยทีเดียวค่ะ   

ข้อดี:

  • ได้กาแฟสดคุณภาพและมีเอกลักษณ์
  • ปรับการตั้งค่าได้ตามความต้องการส่วนบุคคล
  • ได้กาแฟที่มีรสชาติแม่นยำเมื่อเริ่มมีประสบการณ์ในการทำ
  • มีระบบสตีมนม

ข้อเสีย:

  • ราคาสูง
  • มีขั้นตอนการทำมีรายละเอียดเยอะ 
  • รสชาติของกาแฟขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยรวมไปถึงคนทำด้วย
  • ต้องดูแลรักษาและทำความสะอาดเป็นประจำ
  • เสียงการทำงานดัง

เครื่องชงกาแฟแคปซูล (Capsule Machine)

เครื่องชงกาแฟแบบแคปซูลเป็นเครื่องชงกาแฟที่ทำงานควบคู่กับกาแฟสำเร็จรูปที่ถูกบรรจุมาในถ้วยเล็กๆหรือเรียกว่า “กาแฟแคปซูล” ใช้งานง่ายและรวดเร็วจึงทำให้มันเป็นที่นิยม เพียงแค่นำตัวแคปซูลใส่เข้าไปในเครื่อง เติมน้ำในแท้งค์น้ำแล้วกดปุ่มทำงานเพียงเท่านี้คุณก็จะได้กาแฟพร้อมดื่มแล้ว หลายรุ่นยังมีฟังก์ชั่นการใช้งานในการเลือกระดับความเข้มของกาแฟได้อีกด้วย  

กาแฟแคปซูลมีหลายประเภทแต่ขึ้นอยู่กับรุ่นนั้นว่ารองรับกาแฟอะไรบ้าง หลักๆเลยคือกาแฟเอสเปรสโซ่ ซึ่งเป็นกาแฟพื้นฐานในกาแฟอื่นๆ ทำให้คุณสามารถเลือกรังสรรค์เมนูโปรดของคุณได้สบายๆ ไม่ว่าจะเป็น อเมริกาโน่ ลาเต้ หรือมอคค่า หลายยี่ห้อได้ผลิตออกเป็นแคปซูลสูตรเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับวัตถุดิบและการผลิต มากไปกว่านั้นยังมีกาแฟดีคราฟแคปซูลสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการคาเฟอีนให้เลือกซื้อ

สรุปแล้วเครื่องชงกาแฟแคปซูลเหมาะกับคนที่ต้องการเครื่องชงกาแฟยี่ห้อไหนดีที่ใช้งานง่าย สะดวกรวดเร็ว และสามารถทำกาแฟได้หลายแบบ จึงตอบโจทย์กับทุกคนในครอบครัวที่ชอบดื่มกาแฟแตกต่างกัน 

ข้อดี:

  • ได้กาแฟที่มีรสชาติแม่นยำ
  • สะดวกรวดเร็ว
  • สามารถทำกาแฟที่หลายประเภทและมีตัวเลือกเยอะ
  • ขนาดกระทัดรัด
  • ดูแลรักษาง่าย

ข้อเสีย:

  • สิ้นเปลืองทรัพยากร 
  • ไม่สามารถกำหนดการตั้งค่าเฉพาะเองได้ 
  • ราคาสูง

เครื่องชงกาแฟแบบหยดหรือแบบดริป (Filter Coffee Machine)

เครื่องชงกาแฟแบบดริปไฟฟ้าเป็นการนำผงกาแฟที่ถูกบดแล้วมากรองผ่านแผ่นกระดาษหรือโลหะฟิลเตอร์ จากนั้นเติมน้ำในถัง กดปุ่มทำงาน แล้วน้ำร้อนจะไหลผ่านสกัดกรองได้เป็นกาแฟดำออกมาในเหยือกหรือหม้อหรือจะเติมนมเพื่อทำเมนูอื่นอย่างลาเต้ก็ทำได้เหมือนกัน ทั้งนี้รสชาติของกาแฟมักจะขึ้นอยู่กับเมล็ดกาแฟและขนาดการบดที่เราใส่ไปด้วย 

เครื่องชงกาแฟประเภทนี้ใช้งานค่อนข้างง่าย บางรุ่นยังมีฟังก์ชั่นการทำงานที่เพิ่มขึ้นมาเพื่อให้ความสะดวกแก่ผู้ใช้งานและยังให้ปริมาณกาแฟที่เยอะต่อการชงหนึ่งครั้งจึงตอบโจทย์กับการใช้งานที่บ้านกับครอบครัวขนาดใหญ่ มันยังมีราคาไม่แพงมากเมื่อเทียบกับเครื่องชงกาแฟแบบอื่น

ข้อดี:

  • ได้กาแฟที่มีรสชาติแม่นยำ
  • สะดวก
  • ได้ปริมาณเยอะ 
  • ขนาดกระทัดรัด
  • ดูแลรักษาง่าย

ข้อเสีย:

  • ไม่สามารถกำหนดการตั้งค่าเฉพาะเองได้ 
  • อาจใช้เวลานาน

เครื่องชงกาแฟแบบอัตโนมัติ (Fully Automatic Coffee Machine) 

เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติถูกโปรแกรมให้มีฟังก์ชั่นการทำงานอัตโนมัติไว้เรียบร้อย เลือกปรับตั้งค่าได้ง่าย โดยไม่จำเป็นต้องพิถีพิถันใช้งานเหมือนกับเครื่องชงกาแฟเอสเพรซโซ่ เพียงแค่ใส่น้ำและนมลงถังจากนั้นกดปุ่มทำงาน เท่านี้คุณก็จะได้กาแฟดื่มสมใจ 

มันสามารถทำกาแฟได้หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นเอสเพรสโซ่ อเมริกาโน่ ลาเต้ คาปูชิโน่ มอคค่าและอีกมากมาย บ้านไหนต้องการความสะดวกสบาย เน้นทำกาแฟได้หลากหลายประเภทที่ให้ความอร่อยเข้มข้นเหมือนเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่แต่ไม่ต้องลงแรงมาก 

ข้อดี:

  • ได้กาแฟสดคุณภาพและมีเอกลักษณ์
  • ได้กาแฟที่มีรสชาติแม่นยำ
  • สะดวกรวดเร็ว 
  • ปรับการตั้งค่าได้ตามความต้องการส่วนบุคคล
  • มีระบบตีฟองนมอัตโนมัติ

ข้อเสีย:

  • ราคาค่อนข้างสูง
  • ต้องดูแลรักษาและทำความสะอาดเป็นประจำ

หม้อต้มกาแฟมอคค่าพอท (Moka Pot)

หม้อต้มกาแฟมอคค่า ทำงานคล้ายคลึงกับหม้อต้มแบบเพอโคเรเตอร์  โดยการใส่กาแฟบดละเอียดลงในช่องใส่กาแฟ จากนั้นกรอกน้ำลงก้นหม้อ(สำหรับเติมน้ำ) แล้วเอาไปใช้งานร่วมกับเตาหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น เตาอินดักชั่น เตาแก๊ส เตาไฟฟ้า

กาแฟที่ได้จะมีรสชาติเข้มข้น จากนั้นก็นำไปผสมนมเพื่อทำเมนูกาแฟแบบอื่นได้ โดยหม้อต้มแบบมอคค่าพอดจะเหมาะกับการใช้งานเล็กๆมากกว่าเมื่อเทียบกับม้อต้มแบบเพอโคเรอเตอร์ มอคค่าพอดนี้เหมาะกับผู้ชื่นชอบกาแฟรสเข้ม ใช้งานง่าย ขนาดเล็กกระทัดรัด พกพาสะดวก 

ข้อดี:

  • ได้กาแฟรสชาติเข้มข้น 
  • พกพาได้ 
  • ขนาดกระทัดรัด
  • ดูแลรักษาง่าย

ข้อเสีย:

  • ไม่สามารถกำหนดการตั้งค่าเฉพาะเองได้ 
  • อาจได้กาแฟขม 

สรุปส่งท้าย

เครื่องชงกาแฟแคปซูลที่ดีที่สุด
เครื่องชงกาแฟสดที่มีความคุ้มค่าที่สุด 
หม้อต้มกาแฟที่ดีที่สุด
เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติที่ดีที่สุด 
ครื่องชงกาแฟดริปไฟฟ้าที่ดีที่สุด 
เครื่องชงกาแฟแคปซูลตัวท็อป
เครื่องชงกาแฟดริปไฟฟ้าราคาถูก
หม้อต้มกาแฟสแตนเลสแนะนำ
เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ราคาไม่แพง
เครื่องชงกาแฟอัตโมัติสุดไฮเทค
เครื่องชงกาแฟแคปซูลที่ดีที่สุด
เครื่องชงกาแฟสดที่มีความคุ้มค่าที่สุด 
หม้อต้มกาแฟที่ดีที่สุด
เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติที่ดีที่สุด 
ครื่องชงกาแฟดริปไฟฟ้าที่ดีที่สุด 
เครื่องชงกาแฟแคปซูลตัวท็อป
เครื่องชงกาแฟดริปไฟฟ้าราคาถูก
หม้อต้มกาแฟสแตนเลสแนะนำ
เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ราคาไม่แพง
เครื่องชงกาแฟอัตโมัติสุดไฮเทค