10 อันดับเครื่องชงกาแฟ ยี่ห้อไหนดีที่สุด ของปี 2022

รู้หรือไม่ว่าที่ผ่านมาคนไทยนิยมชงกาแฟเองที่บ้านมากขึ้นและแน่นอนอยู่แล้วว่าสาเหตุหลักๆก็มาจากการที่มาตรการล็อคดาวทำให้ไม่สามารถออกไปทานกาแฟข้างนอกบ้านได้ 

หลายๆคนจึงเลือกที่จะซื้อเครื่องชงกาแฟไว้ติดบ้านเพื่อที่จะทำให้ได้ดื่มกาแฟทดแทนการออกไปซื้อที่ร้านแน่นอน โดยเฉลี่ยเเล้วประหยัดกว่าด้วย

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาเครื่องชงกาแฟ ยี่ห้อไหนดีที่สุด ไว้ใช้ที่บ้านของปีนี้อยู่แล้วหล่ะก็ บทความของเราได้นำทั้ง 10 อันดับยอดนิยมมารีวิวเพื่อเป็นไอเดียในการตัดสินใจ ตามไปอ่านกันเลยค่า 

เครื่องชงกาแฟที่แนะนำ

เครื่องชงกาแฟแคปซูลที่ดีที่สุด: Nespresso รุ่น Pixie C Range
ซื้อได้ที่ Lazada , Shopee
เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ใช้ดีที่สุด: De’Longhi รุ่น EC685 
ซื้อได้ที่ Lazada , Shohttps://shope.ee/1pxdcf19impee
เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่อัตโนมัติที่แนะนำ: ULKA รุ่น S72 Home
ซื้อได้ที่ Lazada , Shopee
เครื่องชงกาแฟดริปที่ดีที่สุด: Electrolux รุ่น E4CM1-20SS
ซื้อได้ที่ Lazada , Shopee
เครื่องชงกาแฟมอคค่าพอดที่แนะนำ: Bialetti Moka Pot รุ่น Brikka 
ซื้อได้ที่ Lazada , Shopee

10 อันดับเครื่องชงกาแฟยี่ห้อไหนดี

1.De’Longhi รุ่น EC685 

1.De'Longhi รุ่น EC685 เครื่องชงกาแฟ ยี่ห้อไหนดีที่สุด
แรงดันน้ำ: 15 บาร์ ความจุถังน้ำ: 1.1 ลิตร
กำลังไฟ: 1,300 วัตต์ขนาด: 14.9x33x30.3 เซนติเมตร 

เครื่องชงกาแฟยอดนิยมที่แนะนำอันดับหนึ่งเลย เพราะสามารถชงกาแฟได้หลากหลายประเภท พร้อมกับสตรีมฟองนมได้ด้วย มือใหม่ใช้ได้เพราะใช้งานง่าย 

โดยตัวเครื่องมีปุ่มกดใช้งานเพียง 3 ปุ่มสำหรับชอตกาแฟ(ฟีลเตอร์)และสตีมฟองนมชัดเจน (แต่อาจจะใช้เวลาสักหน่อยในการเรียนรู้เพื่อที่จะได้รสชาติที่ถูกใจ เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆอย่างเมล็ดกาแฟด้วยค่ะ)

เรื่องดีไซน์ต้องขอบอกเลยว่าเขาถูกออกแบบมาให้เรียบง่าย และทันสมัย มีหลายสีให้เลือกใช้ ได้แก่ สีแดง เงิน และสีดำ ขนาดโดยรวมไม่เล็กและไม่ใหญ่

กล่าวคือคุณสามารถวางเครื่องชงกาแฟบนเคาเตอร์ห้องครัวได้โดยไม่ใช้พื้นที่เยอะหรือเก็บเข้าในตู้ยังได้เลย 

หากคุณเป็นคนที่ชอบดื่มกาแฟทุกๆวันอยู่แล้ว เครื่องชงกาแฟรุ่นนี้เหมาะกับการใช้ที่บ้านเป็นอย่างดีและช่วยประหยัดมากกว่าการออกไปซื้อกาแฟที่นอกบ้านแน่นอน

แต่จะให้กาแฟที่มีรสชาติอ่อนจนถึงรสชาติกลางๆมากกว่า ดังนั้นรุ่นนี้จึงไม่เหมาะกับผู้ที่ชอบดื่มกาแฟเข้มสักเท่าไหร่ 

สิ่งที่ชอบ:

  • วางแก้วได้หลายขนาดทั้งแบบเล็กและแบบทรงสูงเพราะปรับฐานได้ (แก้วสูงสุด 12 เซนติเมตร)
  • ใช้ระบบความร้อนเทคโนโลยี Thermoblock ที่จะช่วยชงเอสเพรสโซ่ได้ในเวลา 30 วินาที
  • โปรแกรมหยุดการทำงานอัตโนมัติหลังจบการทำงาน 
  • ถังเก็บน้ำความจุ 1.1 ลิตร ถอดออกได้ 
  • กดปุ่มใช้งานง่าย ก้านขนาด 52 มิลลิเมตร พร้อมฟีลเตอร์ใช้กับกาแฟคั่วบดพร้อมชงที่ถูกบรรจุในกระดาษทรงกลมแบน (ESE Pod) ได้ 

สิ่งที่ไม่ชอบ:

  • ตัวสตรีมนมใช้งานสำหรับตีฟองนมทั่วไปเท่านั้นไม่เหมาะกับการใช้ทำลาเต้อาร์ต
  • ถ้าบดกาแฟละเอียดเกินจะทำให้ผงกาแฟอัดติดแน่น ค่อนข้างเลอะในการทำความสะอาด
  • ประสบการณ์ตรงที่ไม่ชอบคือคู่มืออ่านยาก แอบงง 

ระยะเวลาการรับประกัน: 2 ปี 

2.Nespresso รุ่น Pixie C Range

2.Nespresso รุ่น Pixie C Range
แรงดันน้ำ: 19 บาร์ความจุถังน้ำ: 0.7 ลิตร
กำลังไฟ: 1,260 วัตต์ขนาด: 11.1×32.6×23.5 เซนติเมตร 

เครื่องชงกาแฟ ยี่ห้อไหนดีที่สุด มาในคอนเซป ง่าย สะดวก รวดเร็ว ไม่เลอะ ต้องเครื่องชงกาแฟแบบแคปซูลจาก Nedpresso รุ่นนี้เลย ซึ่งเป็นที่ฮอตฮิตมากๆ

เพียงแค่ 1 นาทีคุณก็ได้กาแฟแล้ว และด้วยแรงดันน้ำสูงทำให้มั่นใจได้ว่ากาแฟที่ออกมาจะหอม อร่อย แน่นอน  

แค่ใส่กาแฟแคปซูล (รูปแบบคล้ายๆถ้วยขนาดเล็ก) ตามที่ซื้อมา เติมน้ำ เลือกโปรแกรมกาแฟที่ถูกออกแบบมาให้แล้ว (มีให้ 2 ปุ่ม คือเอสเพรซโซ่และลุงโก) รอเครื่องทำความร้อนพร้อมชงกาแฟออกมา

ตัวเครื่องขนาดเล็กกระทัดรัด พกพาสะดวกไม่ว่าจะอยู่ไหนก็เอาเขาไปด้วยได้ ไม่ว่าจะเป็น บนเคาเตอร์ บนโต๊ะทำงาน พกไปพักผ่อน หรือเก็บในตู้ก็ได้เช่นกัน 

โดยเขาสามารถชง 1 ครั้งต่อ 1 แก้ว จึงเหมาะกับบ้านไหนอยู่คนเดียว หรือจะอยู่หลายคนก็ไม่มีปัญหาเนื่องจากถังน้ำชงกาแฟเอสเพรสโซ่ได้ถึง 17 แก้ว และกาแฟลุงโกประมาณ 6 แก้วด้วยกัน(ต่อน้ำ 1 ถัง) 

ข้อจำกัดที่เห็นได้ชัดคือเขาไม่มีสตรีมนมมาให้ ดังนั้นหากคุณกำลังมองหาเครื่องชงกาแฟที่มีสตรีมนมอยู่ละก็ บางทีสิ่งนี้จะไม่ใช่สำหรับคุณค่ะ

สิ่งที่ชอบ:

  • มีโปรแกรมอัตโนมัติมาให้เรียบร้อยถึง 2 โปรแกรมสำหรับกาแฟเอสเพรซโซ่และกาแฟลุงโก 
  • น้ำ 1 ถัง ใช้ชงกาแฟได้หลายแก้ว
  • ไม่ต้องทำความสะอาดยุ่งยาก และมีตะแกรงรองน้ำถอดออกมาล้างทำความสะอาดได้ง่ายดาย
  • แรงดันน้ำสูงช่วยทำให้รสชาติกาแฟอร่อย  
  • ขนาดเล็กกระทัดรัด เคลื่อนย้ายสะดวก เหมาะกับหลายสถานการณ์ 
  • มีระบบปิดเครื่องอัตโนมัติภายใน 9 นาทีหลังจากการใช้งาน 

สิ่งที่ไม่ชอบ:

  • ไม่มีสตรีมฟองนม 
  • ต้องซื้อกาแฟแคปซูลเพิ่ม 

ระยะเวลาการรับประกัน: 2 ปี 

3.Duchess รุ่น CM4200

3.Duchess รุ่น CM4200
แรงดันน้ำ: 15 บาร์ความจุถังน้ำ: 1.5 ลิตร
กำลังไฟ: 1,050 วัตต์ขนาด: 16x28x20 เซนติเมตร  

เครื่องชงกาแฟเอสเพรซโซ่มีสตรีมฟองนม ชงกาแฟได้หลากหลายรวมถึง คาปูชิโน่ ลาเต้ มอคค่า หรือชงชา และราคาไม่แพงเพื่อมีไว้ใช้งานในบ้าน หากปัจจัยเหล่านี้คือสิ่งที่คุณกำลังตามหาอยู่นั้นเราแนะนำ Duchess รุ่นนี้เลย 

ด้วยรูปร่างหน้าตาเขาค่อนข้างคลาสสิคหน่อยทำให้หลายๆผู้ใช้ชื่นชอบกันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะตัวบอกอุณหภูมิการกลั่นของเครื่องดื่มแบบ Real Time

ที่จะบอกว่าเวลาไหนคือเวลาที่เหมาะเจาะที่สุด(ประมาณ 90-95 องศา) นอกจากนั้นสวิสต์กดก็ใช้งานง่ายแยกสัดส่วนชัดเจน กดหยุดปริมาณกาแฟเองได้ตามต้องการ 

พร้อมกับก้านชงกาแฟขนาด 51 มิลลิลิตรและฟิลเตอร์อีก 2 ตัว(1 และ 2 ชอต) ตอบสนองการใช้งานเหมือนกับยี่ห้อหรือรุ่นพรีเมียมเหมือนกัน

หลายผู้ใช้งานได้รีวิวว่าเวลาใส่ก้านชงกาแฟควรจับตัวเครื่องด้วย เพราะเครื่องค่อนข้างเบา และจะต้องใช้ลองใช้ไปจนกว่าจะรู้ว่ากาแฟกี่มิลลิตรคือปริมาณที่เหมาะสมที่สุดที่จะให้รสชาติเข้ากับเรามากที่สุด

สิ่งที่ชอบ:

  • ใช้สำหรับในบ้านได้ดี ราคาไม่แพง และยังชงกาแฟได้หลายประเภท 
  • ดีไซน์น่ารัก มินิมอล 
  • มีหน้าจอบอกอุณหภูมิ
  • มีระบบไอน้ำหรือสตรีมฟองนม 
  • ถาดรองแก้วกาแฟถอดออกมาล้างทำความสะอาดได้ง่าย 
  • ระบบหม้อต้มแบบ Thermoblock ที่จะทำให้น้ำร้อนเร็วยิ่งขึ้น

สิ่งที่ไม่ชอบ:

  • เครื่องค่อนข้างเบา 
  • ไม่ทราบปริมาณที่เหมาะกับกาแฟแต่ละประเภท เพราะไม่มีตัวบอก

ระยะเวลาการรับประกัน: 1 ปี 

4.ULKA รุ่น S72 Home

4.ULKA รุ่น S72 Home
แรงดันน้ำ: 19 บาร์ความจุถังน้ำ: 1.7 ลิตร
กำลังไฟ: 1,200-1,500 วัตต์ขนาด: 24×33.5×44 เซนติเมตร 

เครื่องชงกาแฟแบบอัตโนมัติสุดไฮเทคจาก Ulka ที่ถูกสร้างขึ้นมาให้เหมาะกับการใช้งานภายในบ้าน ใช้งานง่าย สะดวก ตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่ต้องการกาแฟอร่อยโดยไม่ต้องต่อคิวซื้อที่ร้านทุกเช้า  

เครื่องชงกาแฟประเภทนี้จะมีราคาค่อนข้างสูงกว่าแบบอื่นๆ แต่เนื่องจากเขาอำนวยความสะดวกสบายมาก จึงแทบจะไม่ต้องทำอะไร

เพียงแค่กดปุ่มสั่งกาแฟที่ต้องการผ่านหน้าจอสัมผัส LED เพียง 1 ปุ่มคุณก็จะได้กาแฟตามที่ต้องการแล้ว (เครื่องชงกาแฟพร้อมบดกาแฟในตัว)

สามารถปรับเปลี่ยนการตั้งค่ายิบย่อยได้ อย่างเช่น ระดับความละเอียดของเมล็ดกาแฟ ปริมาณนม หรือกาแฟที่ต้องการ จะทำให้ได้กาแฟที่มีรสชาติถูกใจมากที่สุดโดยวิธีที่ง่ายที่สุดนั่นเองค่ะ  

ท่อสตรีมฟองนม ไม่มีกล่องใส่นมมาให้ ข้อดีของมันคือช่วยหมดกังวลว่านมจะบูดตอนไหน เพียงแค่ต่อสายกับขวดนมเครื่องก็ทำงานแล้ว

เอาเป็นว่าบ้านไหนกำลังมองหาเครื่องชงกาแฟเทคโนโลยีสุดล้ำ มีที่ตีฟองนม เครื่องชงกาแฟบดกาแฟในตัวและชงกาแฟได้หลากหลายประเภท เราอยากแนะนำตัวนี้เลย 

สิ่งที่ชอบ:

  • ใช้งานง่ายโดยการสั่งงานผ่านหน้าจอสัมผัส
  • เป็นเครื่องชงกาแฟอเนกประสงค์แค่เติมน้ำและเมล็ดกาแฟ เครื่องจุเมล็ดกาแฟได้ 250 กรัม เมื่อน้ำและเมล็ดกาแฟใกล้จะหมด จะมีสัญญาณเตือนเพื่อรีฟีล
  • หัวจ่ายกาแฟและนมทั้งหมด 5 หัวจ่าย ทำงานอิสระ 
  • ก่อนการใช้งานทุกครั้งเครื่องจะล้างท่อให้อัตโนมัติ
  • ปรับการตั้งค่าย่อยๆสำหรับกาแฟที่ตอบโจทย์ผู้ดื่มกาแฟ
  • มี 2 หม้อต้มในเครื่องเดียว 
  • มีคู่มือภาษาไทยให้ 
  • มีระบบไอน้ำหรือสตรีมฟองนม 

สิ่งที่ไม่ชอบ:

  • ค่อนข้างใหญ่
  • รสชาติกาแฟไม่ดีเท่าแบบอื่น
  • ไม่มีกล่องสำหรับใส่นม 

ระยะเวลาการรับประกัน: 1 ปี 

5.Duchess รุ่น CM3000B 

5.Duchess รุ่น CM3000B 
แรงดันน้ำ: 15 บาร์ความจุถังน้ำ: 1.5 ลิตร
กำลังไฟ: 1,050 วัตต์ขนาด: ไม่ระบุ 

เครื่องชงกาแฟสำหรับใช้ในบ้าน คุณภาพดี ราคาประหยัดที่หลายๆคนกำลังตามหาอยู่ สามารถชงกาแฟได้ หรือจะชงเครื่องดื่มร้อนอื่นๆอย่างช็อคโกแลตก็ได้เช่นกัน 

โดยรุ่นนี้มีฟังก์ชั่นการทำงานที่ได้ออกแบบมาให้ตอบโจทย์การทำงานพื้นฐานทั่วไปสำหรับเครื่องชงกาแฟเอสเพรซโซ่ ได้แก่ ชงกาแฟและสตรีมฟองนม

ตัวเครื่องทำจากวัสดุที่แข็งแรงทนทาน ไม่กิ้งก้อง ใช้งานง่ายเพียงแค่กดสวิสต์สั่งงาน พร้อมกับลูกบิดสำหรับปล่อยแรงดันน้ำเพื่อชงกาแฟ

เหมาะกับบ้านไหนที่ต้องการเครื่องชงกาแฟ ราคาถูกแต่ชงกาแฟได้ทั่วไป รสชาติใช้ได้ ไม่เน้นเรื่องของความเพอเฟคและความพรีเมียม  

สิ่งที่ชอบ: 

  • เครื่องชงกาแฟราคาประหยัด
  • ใช้งานง่าย ตอบโจทย์การใช้งานพื้นฐาน 
  • มีที่สตรีมฟองนม 

สิ่งที่ไม่ชอบ:

  • กาแฟไหลเร็ว ส่งผลต่อรสชาติของกาแฟ

ระยะเวลาการรับประกัน: 1 ปี 

6.Bialetti Moka Pot รุ่น Brikka 

6.Bialetti Moka Pot รุ่น Brikka 
จำนวนกาแฟที่ได้: 4 ถ้วย 140 มิลลิตรปริมาณน้ำ: 120 มิลลิลิตร หรือ 4 ออนซ์
ปริมาณกาแฟ: 30 กรัม หรือ 1 ออนซ์ ขนาด: 10.2×20 เซนติเมตร

หากคุณกำลังมองหาเครื่องชงกาแฟ ยี่ห้อไหนดีที่สุด Moka Pot คุณภาพดี ต้อง Bialetti เลยค่ะ เนื่องจากตัววัสดุทำมาจากอลูมิเนียม ปลอดภัยไม่ส่งอัตรายต่อผู้ใช้งาน น้ำหนักเบาและพกพาสะดวกไม่เปลืองพื้นที่ 

การใช้เครื่องชงกาแฟแบบ Moka Pot จะต้องพิถีพิถัน เพราะต้องใช้เวลา ตั้งแต่เลือกเมล็ดกาแฟ บดกาแฟ มาจนถึงอุณหภูมิที่ต้มและจะต้องใช้งานกับเตาแก๊ส เตาไฟฟ้า หรือเตาแคมป์ปิ้ง

เครื่องชงกาแฟ Moka Pot นั้นจะให้กาแฟเอสเพรซโซ่ที่เข้ม หอม อร่อย และยังเหมาะกับคนที่ชอบกาแฟครีม่า (ครีม่าคือฟองชั้นๆเหนือกาแฟ) ซื้อเครื่องชงกาแฟแบบ Moka Pot จะให้รสชาติที่อร่อยไม่แพ้เครื่องชงกาแฟเอสเพรซโซ่ราคาหลักหมื่นเลย

สรุปแล้วใครควรซื้อ? แน่นอนว่าถ้าคุณต้องการเครื่องชงกาแฟไว้ทำกาแฟสำหรับวันยุ่งๆอยู่ละก็ ให้ข้ามไปค่ะ

เพราะการชงกาแฟอย่าง Moka Pot อย่างน้อยต้องใช้เวลา 6-7 นาที ผู้ที่ชอบดื่มกาแฟเอสเพรซโซ่ต้องการใส่ใจรายละเอียดในการชงหรือผู้ที่มีไลฟ์สไตล์ชอบแคมป์ปิ้ง

สิ่งที่ชอบ:

  • ใช้งานกับเตาได้หลากหลายประเภท
  • ทำความสะอาดง่าย 
  • น้ำหนักเบา พกพาสะดวก
  • ชงกาแฟเอสเพรซโซ่ได้รสชาติดี หอม อร่อย เทียบเท่ากับการใช้เครื่องชงแพงๆ
  • ให้ครีม่าเยอะ

สิ่งที่ไม่ชอบ:

  • ใช้งานได้ 1 รอบ (กาแฟ 4 ถ้วย) ถ้าจะทำอีกรอบต้องรอให้หม้อต้มเย็นลง 

ระยะเวลาในการรับประกัน: 2 สัปดาห์

7.Nescafe Delce Gusto รุ่น Piccolo Xs White 

7.Nescafe Delce Gusto รุ่น Piccolo Xs White 
แรงดันน้ำ: 15 บาร์ความจุถังน้ำ: 0.8 ลิตร
กำลังไฟ: 1,340 – 1,600 วัตต์แรงดันน้ำ: 15 บาร์

เครื่องชงกาแฟแคปซูลสุดเบสิคที่ใครๆต่างหลงรักกับรุ่น Piccolo ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคุณในการใช้งานเป็นอย่างยิ่ง

เครื่องดีไซน์โมเดิลให้ความรู้สึกเหมือน Robot น่ารักๆ ขนาดเล็ก ไม่เปลืองพื้นที่ครัวแถมจะเอาไปใช้ในออฟฟิตก็ยังได้

ใช้งานง่าย เพียงแค่เติมน้ำลงในถัง (ได้ทั้งหมดประมาณ 3-5 แก้ว)ใส่กาแฟแคปซูลลงในช่อง รอสัญญาณไฟจากสีแดงเป็นสีเขียว เเล้วเลื่อนตสวิสต์ด้านหลังสำหรับการชงกาแฟแบบร้อนและแบบเย็นรอกาแฟดื่มได้เลย 

เนื่องจากตัวเครื่องไม่มีฟังก์ชั่นการทำงานอะไรมาก จึงต้องกดหยุดปริมาณกาแฟเองตามระดับที่ต้องการ ประกอบกับไม่มีตัวบอกเวลา อุณหภูมิ

ดังนั้นหากผู้ที่ชื่นชอบเครื่องชงกาแฟแบบมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ตั้งค่าเองได้เราไม่แนะนำรุ่นนี้ค่ะ 

สิ่งที่ชอบ:

  • ใช้งานเบสิค ง่ายมาก
  • ไม่มีฟังก์ชั่นการทำงานที่ยุ่งยากซับซ้อน 
  • ไม่เลอะเทอะหลังการทำงาน ทำความสะอาดง่าย 
  • มีระบบประหยัดไฟ
  • ดีไซน์สวย แปลกใหม่
  • ชงกาแฟได้หลากหลายทั้งร้อนและเย็น 

สิ่งที่ไม่ชอบ:

  •  เครื่องเล็กแต่ไม่เก็บเสียง 
  • จะต้องซื้อกาแฟแคปซูลเพิ่ม ขาดไม่ได้ 

ระยะเวลาการรับประกัน: 2 ปี 

8.Electrolux รุ่น E4CM1-20SS

8.Electrolux รุ่น E4CM1-20SS
ความจุกาน้ำ: 1.5 ลิตรกำลังไฟ: 915-1,080 วัตต์
ขนาด: 28×17.1×34.4 เซนติเมตร  

เครื่องชงกาแฟดริปอัตโนมัติที่ให้รสชาติกาแฟที่ดีเทียบเท่ากับการชงกาแฟดริปแบบมือ ตัวเครื่องทันสมัย แข็งแรงทนทาน

มาพร้อมกับฟังก์ชั่นออโรม่าที่จะช่วยทำให้กาแฟของคุณหอม อร่อยน่าดื่ม หลังจากเครื่องทำงานเสร็จแล้วภายใน 40 นาที ระบบตัดไฟจะทำงานโดยอัตโนมัติ 

โดยรุ่นนี้จุกาแฟได้ทั้งหมด 1.5 ลิตร ได้กาแฟมากถึง 12 แก้ว จึงเหมาะกับครอบครัวใหญ่ หรือใช้งานในออฟฟิส เครื่องชงกาแฟรุ่นนี้ยังมีแผ่นอุ่นร้อนเคลือบสารกันติดที่จะช่วยความสด อร่อยให้กับกาแฟของคุณ 

สิ่งที่ชอบ:

  • ตัวเครื่องทันสมัย เรียบง่าย ใช้งานง่าย 
  • ทำความสะอาดง่ายทั้งกาน้ำและตัวฟีลเตอร์ที่ถอดออกมาล้างได้ 
  • ฟังก์ชั่นไม่เยอะ สะดวกตอบโจทย์ผู้สูงอายุ
  • จุกาแฟได้เยอะถึง 12 แก้ว
  • มีระบบตัดไฟอัตโนมัติ 
  • อุ่นกาแฟได้โดยเเผ่นเคลือบอุ่นเคลือบสารกันติดด้วย

สิ่งที่ไม่ชอบ:

  • ไม่สามารถถอดถังน้ำแยกออกมาล้างได้

ระยะเวลาการรับประกัน: 2 ปี

9.Otto รุ่น CM-025A

9.Otto รุ่น CM-025A
ความจุกาน้ำ: 0.6 ลิตรกำลังไฟ: 550 วัตต์
ขนาด:  ไม่ระบุ

เครื่องชงกาแฟแบบดริป ราคาหลักร้อย ประหยัดสำหรับครอบครัว ไม่มีขั้นตอนการทำงานเยอะเพียงแค่ใส่ผงกาแฟเข้าแล้วเติมน้ำ เสียบปลั๊ก รอกาแฟไหลออกมาลงเหยือกแก้ว

น้ำร้อนไว ชงกาแฟ 1 ครั้งได้กาแฟประมาณ 3-5แก้ว แถมยังสามารถอุ่นกาแฟได้ ไม่จำเป็นต้องชงใหม่ 

สำหรับบ้านไหนที่ต้องการเครื่องชงกาแฟแบบหยดหรือแบบดริปแบบไฟฟ้าแทนการชงมือ เหมาะกับครอบครัวขนาดเล็ก ที่นิยมดื่มกาแฟดำ 

สิ่งที่ชอบ: 

  • เน้นกาแฟดำ
  • น้ำร้อนไว เครื่องทำงานเร็ว 
  • ตัวกรองเป็นโลหะ สามารถนำกลับมาใช้งานใหม่ได้ 
  • ทำความสะอาดง่ายเพราะทำความสะอาดเพียงแค่เหยือกหรือกาหลังจากใช้งาน
  • มีระบบตัดไฟอัตโนมัติหลังเสร็จการทำงาน 

สิ่งที่ไม่ชอบ:

  • ตัวเครื่องส่วนใหญ่เป็นพลาสติก
  • ไม่สามารถถอดถังน้ำแยกออกมาล้างได้

ระยะเวลาการรับประกัน: 1 ปี

10.Philips LatteGO Full Automatic Espresso Machine รุ่น EP5447/90

10.Philips LatteGO Full Automatic Espresso Machine รุ่น EP5447/90
แรงดันน้ำ: 15 บาร์ความจุถังน้ำ: 1.8 ลิตร
กำลังไฟ: ไม่ระบุ ขนาด: 24.6×37.2×43.3 เซนติเมตร  

เครื่องชงกาแฟเอสเพรซโซ่อัตโนมัติ ที่มาพร้อมกับฟังก์ชั่นการทำงานที่หลากหลายรวมถึงการชงกาแฟ 12 แบบด้วยกัน รวมถึงฟังก์ชั่นชงช็อคโกแลตสำหรับผู้ที่ไม่ชอบดื่มกาแฟ

เมื่อนึกถึงรูปร่างหน้าตาหรือแค่เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติแล้วหลายๆคนอาจจะกังวลว่าจะใช้งานยาก ซับซ้อน แต่เปล่าเลยเขาออกแบบมาให้คนใช้งานง่ายมากๆเลยค่ะ

เพียงแค่กดปุ่มสัมผัสผ่านหน้าจอแล้วเลือกประเภทกาแฟที่ต้องการ สามารถตั้งค่าปรับเปลี่ยนได้ตามระดับความพึงพอใจ พร้อมบันทึกสำหรับครั้งต่อๆไปได้ด้วย 

ที่โดดเด่นอีกฟังก์ชั่นคือระบบ LatteGo ที่จะตีฟองนมให้เนียนนุ่ม ที่มาพร้อมกับกล่องใส่นมขนาด 0.26 ลิตร

พร้อมเครื่องบดกาแฟแบบเซรามิกแข็งแกร่ง ทนทานสามารถใช้งานระยะยาว และท้ายสุดอยากจะบอกว่าตัวชง สามารถถอดออกมาล้างทำความสะอาดได้ทั้งชุด

เหมาะกับบ้านไหนที่ต้องการเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติที่ตอบโจย์ทุกฟังก์ชั่นการทำงาน ชงได้หลากหลายตามสมาชิกในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่

จำเป็นต้องใช้เครื่องอัตโนมัติที่ทำงานรวดเร็ว ไม่ต้องแคะทำความสะอาดผงกาแฟก่อนการใช้งานแต่ละครั้ง 

สิ่งที่ชอบ:

  • มีฟังก์ชั่นชงกาแฟรวมถึงช็อคโกแลตถึง 12 ฟังก์ชั่น 
  • มีระบบ LatteGo ความเร็วสูงช่วยทำฟองนม เนียน ละเอียด 
  • ใช้งานผ่านหน้าจอ TFT (หน้าจอที่มีฟิลม์บางๆ คล้ายกับหน้าจอมือถือ) ด้วยระบบสัมผัส ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน
  • ตั้งค่าใช้งานเพิ่มเติมได้พร้อมกับบันทึกไว้ได้
  • เครื่องบดกาแฟในตัววัสดุทำจากเซรามิก สามารถปรับความละเอียดได้ 12 ระดับ 
  • ถาดรองน้ำและตัวขวดใส่กาแฟล้างกับเครื่องล้างจานได้ 
  • รับรองน้ำสะอาดด้วยระบบ AqualClean ไม่ต้องล้างคราบตะไคร้บ่อย 
  • Brewing Group ถอดทำความสะอาดได้ทั้งชุด 
  • ไม่ต้องซื้อเครื่องบดกาแฟเพิ่ม 

สิ่งที่ไม่ชอบ:

  • ราคาแพง
  • ต้องระมัดระวังนมที่ใส่ในขวดไม่ให้บูด 
  • ค่อนข้างเสียงดัง
  • ใช้ระยะเวลาในการชงกาแฟนานกว่าเมื่อเทียบกับเครื่องชงกาแฟแคปซูล

ระยะเวลาการรับประกัน: 2 ปี 

เครื่องชงกาแฟแบบไหนดีสำหรับใช้ที่บ้าน 

แน่นอนว่าหลายๆคนที่กำลังอ่านถึงจุดนี้กำลังมองหาเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติหรือเครื่องชงกาแฟไฟฟ้าไว้ที่บ้านไม่ว่าจะสำหรับคนเดียวหรือหลายคน 

การมีเครื่องชงกาแฟไว้ติดบ้านสักเครื่องก็ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับพ่อบ้านแม่บ้านทั้งหลายได้อย่างดีและยังช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อีกเพียบเมื่อเปรียบเทียบกับซื้อกาแฟจากคาเฟ่ในทุกๆวัน 

แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าควรซื้อเครื่องชงกาแฟแบบไหนที่เหมาะกับเราไว้ใช้ที่บ้านหล่ะ? ซึ่งเครื่องชงกาแฟไฟฟ้าก็มีหลากหลายประเภทให้เลือกซื้อ ซึ่งแต่ละแบบก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป 

หากพ่อบ้านแม่บ้านคนไหนยังไม่มีเครื่องชงกาแฟในใจ ลองอ่านประเภทเครื่องชงกาแฟหลักๆที่เรานำมาเสนอเพื่อเป็นไอเดียในการตัดสินใจเลือกซื้อ เครื่องชงกาแฟยี่ห้อไหนดี ไว้ติดบ้านกันก่อนน้า 

1.เครื่องชงกาแฟแคปซูล (Capsule Machine)

เครื่องชงกาแฟแบบแคปซูล คือ เครื่องชงกาแฟที่ทำงานควบคู่กับกาแฟสำเร็จรูปที่ถูกบรรจุมาในถ้วยเล็กๆหรือเรียกว่ากาแฟแคปซูล

ใช้งานง่ายเพียงแค่นำตัวแคปซูลใส่เข้าไปในเครื่องแล้วกดปุ่มทำงานเพียงเท่านี้คุณก็จะได้กาแฟที่ต้องการ 

เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบดื่มกาแฟเอสเพรซโซ่เป็นอย่างมาก และในหลายๆยี่ห้อได้ทำสูตรสำหรับ ลาเต้ มอคค่าและคาปูชิโน่ด้วยเช่นกัน

แต่ก็ไม่ใช่ทุกเครื่องที่จะรองรับกาแฟแคปซูลทุกประเภท ดังนั้นควรดูข้อจำกัดก่อนเลือกซื้อด้วยค่ะ 

เครื่องชงกาแฟแบบแคปซูลเป็นตัวเลือกที่ง่ายและรวดเร็ว ตอบโจทย์พ่อบ้านแม่บ้านคนไหนที่ชอบความสะดวก ไม่ต้องเตรียมกาแฟบดและช่วยลดความยุ่งยากในการทำความสะอาดได้

2.เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ (Espresso Machine)

การชงกาแฟจากเครื่องชงประเภทนี้จะต้องพิถีพิถันและใส่ใจในกระบวนการทำงานมาก ได้แก่ ประเภทความละเอียดของเมล็ดปริมาณ และอุณหภูมิ ซึ่งจะส่งผลต่อรสชาติของกาแฟ 

หากคุณเป็นคนพิถีพิถัน มีไลฟ์สไตล์ที่ไม่ยุ่งวุ่นวาย และชอบชงกาแฟหลายๆประเภท เครื่องชงกาแฟเอสเพรซโซ่นี่แหละเป็นอะไรที่ใช่เลยค่ะ!

อ่านบทความเพิ่มเติม: รีวิว 10 อันดับ เครื่องบดกาแฟยี่ห้อไหนดี ไว้ใช้ในบ้าน ปี2022

3.เครื่องชงกาแฟแบบอัตโนมัติ (Fully Automatic Coffee Machine) 

เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติถูกโปรแกรมให้มีฟังก์ชั่นการทำงานอัตโนมัติไว้เรียบร้อย เลือกปรับตั้งค่าได้ง่าย โดยไม่จำเป็นต้องพิถีพิถันใช้งานเหมือนกับเครื่องชงกาแฟเอสเพรซโซ่ที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ 

เพียงแค่ใส่น้ำและนมลงถังจากนั้นกดปุ่มทำงาน เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติดีๆที่มีดีไซน์สวยงามและคุณภาพสูงก็มักจะมีราคาสูงตาม 

บ้านไหนต้องการความสะดวกสบาย ทำกาแฟได้หลากหลายประเภท จะต้องไม่พลาดเครื่องชงกาแฟแบบอัตโนมัติที่สุดล้ำไว้ใช้ที่บ้านด้วย

4.เครื่องชงกาแฟแบบหยดหรือแบบดริป (Filter Coffee Machine)

เครื่องชงกาแฟแบบดริป เป็นการนำผงกาแฟที่ถูกบดแล้วมากรองผ่านแผ่นกระดาษหรือโลหะฟิลเตอร์ แล้วน้ำร้อนจะไหลผ่านสกัดกรองได้เป็นกาแฟดำออกมาในเหยือกหรือหม้อนั่นเองค่ะ 

สิ่งสำคัญของการทำกาแฟดริปคือจะต้องใช้ปริมาณกาแฟและระดับความร้อนที่เหมาะสมจึงจะได้รสชาติกาแฟที่อร่อยนั่นเอง

ข้อดีจากการใช้เครื่องชงกาแฟดริปแบบไฟฟ้า คือใช้งานง่ายมากเพียงแค่เติมน้ำใส่ผงกาแฟแล้วกดปุ่มทำงานจากนั้นคุณก็จะได้กาแฟที่เพียงพอสำหรับคนในครอบครัวเลยทีเดียวค่ะ 

5.หม้อต้มกาแฟแบบเพอร์โคเรเตอร์ (Percolator) 

หม้อต้มกาแฟเคยได้รับความนิยมในอดีต แต่หลังจากเทรนสมัยใหม่ในปัจจุบันผู้คนเริ่มหันกลับมาใช้เนื่องจากมีความคลาสสิคและใช้งานง่ายคล้ายๆกับกาต้มน้ำทั่วไป

แต่จะต้องเติมกาแฟเข้าไปในส่วนของที่ใส่แกแฟด้วย โดยเรามักจะเห็นเครื่องชงกาแฟประเภทนี้ตามโรงแรม 

หม้อต้มกาแฟแบ่งแยกออกเป็นอีก 2 แบบ ได้แก่แบบที่ต้องเสียบปลั๊กและอีกแบบหนึ่งจะใช้งานร่วมกับเตาหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น เตาอินดักชั่น เตาแก๊ส เตาไฟฟ้า หรือในบางยี่ห้อจะใช้กับเตาถ่านก็ได้เช่นกัน  

เครื่องชงกาแฟประเภทนี้เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบกาแฟเข้าข้มใช้กาแฟคั่วกลางไปจนถึงคั่วเข้ม หรือผู้ที่ชอบแคมป์ปิ้งสามารถใช้แทนกาแฟดริปได้นะ

7.หม้อต้มกาแฟมอคค่าพอท (Moka Pod)

หม้อต้มกาแฟมอคค่า ทำงานคล้ายคลึงกับหม้อต้มแบบเพอโคเรเตอร์ โดยการใส่กาแฟบดละเอียดลงในช่องใส่กาแฟ จากนั้นกรอกน้ำลงก้นหม้อ(สำหรับเติมน้ำ)

หลังจากนั้นเสียบปลั๊กหรือจะใช้กับเตาก็ได้เช่นกัน โดยหม้อต้มแบบมอคค่าพอดจะเหมาะกับการใช้งานเล็กๆมากกว่าเมื่อเทียบกับม้อต้มแบบเพอโคเรอเตอร์ 

มอคค่าพอดนี้เหมาะกับผู้ชื่นชอบกาแฟรสเข้ม ใช้งานง่าย ขนาดเล็กกระทัดรัด พกพาสะดวก